เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
ดูทั้งหมด

Exclusive “แจ็ก หม่า” ไขปริศนาคำพูดก้องโลก “ผมจะกลับไปเป็นครูอีกครั้งในวันหนึ่ง”-

03 ต.ค. 2561 | 07:00น.

ในการประชุม XIN Philanthropy ประจำปี 2018 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อไม่กี่วันผ่านมา “ประชาชาติธุรกิจ” เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับเดียวจากเมืองไทยที่มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ พร้อม ๆ กับสื่ออีกหลายประเทศทั่วโลก

ทั้งนั้น เพราะประเด็นของการพูดคุยไม่เพียงกล่าวถึงหัวข้อ “The Power of Small” หรือ “พลังจากสิ่งเล็ก ๆ” ที่มี “แจ็ก หม่า” ประธานกรรมการบริหาร และหนึ่งในผู้ก่อตั้งอาลีบาบา กรุ๊ป มาร่วมพูดคุยถึงเรื่อง “ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนบนโลกใบนี้”

หากเขายังพูดถึงเรื่องมูลนิธิแจ็ก หม่า ในบทบาทของการผลักดัน “โครงการครูใหญ่ชนบท” ที่ไม่เพียงเกี่ยวโยงกับเรื่องการศึกษาของเยาวชน และครูในสาธารณรัฐประชาชนจีนที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญ

“แจ็ก หม่า” ยังจุดประเด็นเรื่องการกลับไปเป็นครูอีกครั้งในวันหนึ่ง จนกลายเป็นเหตุให้สำนักข่าวต่างประเทศต่างประโคมข่าวว่า “แจ็ก หม่า” จะลาออกจากอาลีบาบา กรุ๊ป เพื่อหลีกทางให้ผู้บริหารรอง ๆ ลงมาเข้าบริหารอาลีบาบา กรุ๊ปแทน

ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ทั้งหมด

เพราะวันนั้น “แจ็ก หม่า” อภิปราย 2 ช่วง โดยช่วงแรกก่อนที่จะจบสัมมนาภาคเช้า เขาขยายความในหัวข้อ “The Power of Small” โดยเขาพูดถึงเรื่องบทบาทของพลังจากสิ่งเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคม โดยในส่วนนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ตัดลงข่าวออนไลน์ไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนช่วงที่ 2 ก่อนปิดงานสัมมนาในตอนบ่าย เขาพูดถึงเรื่อง “โครงการครูใหญ่ในชนบท” ที่มีมูลนิธิแจ็ก หม่า เป็นผู้ขับเคลื่อน

“ผมทิ้งเส้นทางอาชีพครูมาหลายปี และกลายเป็นมือสมัครเล่นในสาขาการศึกษา แต่การฝึกอบรมวิชาชีพครูนั้นมีประโยชน์ต่อเส้นทางของผมกับอาลีบาบาเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงรู้สึกอยู่เสมอว่า ตัวผมนั้นยังเป็นมือสมัครเล่นในภาคธุรกิจ ผมแค่เลือกเส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจโดยบังเอิญ และกลายเป็นนักธุรกิจมาตลอดช่วง 20 ปี ผมคิดว่าผมจะกลับไปเป็นครูอีกครั้งในวันหนึ่ง เพราะการเป็นครูเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสบายใจ ในอนาคตผมจะหวนคืนสู่สาขาการศึกษา พร้อมกับอุทิศความคิด และพลังงานของผมให้สาขานี้”

คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดฉบับเต็มที่ “แจ็ก หม่า” พูดบนเวทีสัมมนา “The Power of Small” จนทำให้สำนักข่าวต่างประเทศตีความ และนำไปถามเขาจนทำให้เกิดกระแสข่าวตามมามากมายว่า เขาจะลงจากตำแหน่งประธานอาลีบาบา กรุ๊ป เพื่อไปเป็นครูจริง ๆ หรือ

ฉะนั้น คำพูดต่อจากนี้ไป คือ สิ่งที่ “แจ็ก หม่า” อภิปรายผ่านบนเวทีสัมมนาในตอนบ่ายที่ “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมมาแบบ “คำต่อคำ” เพื่อให้เห็นชุดความคิดของเขาทั้งหมดเกี่ยวกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาเยาวชน และครูชนบทต่อเรื่องการพัฒนาการศึกษาในอนาคตของสาธารณรัฐประชาชนจีน

เบื้องต้น “แจ็ก หม่า” กล่าวว่า การที่เราสามารถโน้มน้าวใจคนคนหนึ่งด้วยคำพูด และความคิด เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ยิ่งถ้าคุณสามารถโน้มน้าวใจครูใหญ่ และครูใหญ่ท่านนี้สามารถโน้มน้าวใจครูอื่น ๆ ได้อีก 20-30 คน ครูแต่ละคนจะสามารถโน้มน้าวใจนักเรียนได้ อาจจะหลายสิบคน หรือหลายร้อยคน

“ผมทิ้งเส้นทางอาชีพครูมาหลายปี และกลายเป็นมือสมัครเล่นในสาขาการศึกษา แต่การฝึกอบรมวิชาชีพครูนั้นมีประโยชน์ต่อเส้นทางของผมกับอาลีบาบาเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงรู้สึกอยู่เสมอว่า ตัวผมนั้นยังเป็นมือสมัครเล่นในภาคธุรกิจ ผมแค่เลือกเส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจโดยบังเอิญ และกลายเป็นนักธุรกิจมาตลอดช่วง 20 ปี ผมคิดว่าผมจะกลับไปเป็นครูอีกครั้งในวันหนึ่ง เพราะการเป็นครูเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสบายใจ ในอนาคตผมจะหวนคืนสู่สาขาการศึกษา พร้อมกับอุทิศความคิด และพลังงานของผมให้สาขานี้”

“เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และยังมีความสำคัญยิ่งขึ้นไปอีก เพราะยุคแห่งการปฏิวัติทางเทคโนโลยีทำให้เกิดความกังวลว่า เทคโนโลยีและเครื่องจักรจะเข้ามาแทนที่ และถึงขั้นควบคุมมนุษย์ในวันหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความกังวลเช่นนั้นไม่สำคัญ เพราะมนุษย์จะกล้าแกร่งขึ้นไปตลอดกาล เครื่องจักรไม่สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ เครื่องจักรมีชิป แต่มนุษย์มีหัวใจ หัวใจนี้คือที่มาของปัญญา มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยไป”

“ถึงกระนั้น สิ่งหนึ่งที่แน่นอน คือ วิธีจัดการศึกษา ที่ดำเนินมาตลอด 200-300 ปีนั้น มีไว้เพื่อรองรับยุคอุตสาหกรรม แต่สำหรับยุคข้อมูล ข่าวสาร เราควรให้การศึกษาลูกหลานของเราในวิธีที่แตกต่างไป เยาวชนในอนาคตควรเรียนรู้ที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ เปี่ยมล้ำนวัตกรรม และมีความคิดริเริ่ม ซึ่งต่างจากการศึกษาตามแบบแผนเดิม หากเครื่องจักรสามารถทำในสิ่งที่เราเรียนมาได้ดีกว่าแล้ว เราจะถูกผลักห่างออกไป”

นอกจากนั้น “แจ็ก หม่า” ยังยกตัวอย่างเรื่องการแข่งขันระหว่าง Alpha Go กับมนุษย์ อย่าเล่นเกมโกะ (หมากรุก) กับเครื่องจักร เพราะคุณจะแพ้แน่นอน เครื่องจักรมีความจำที่ยอดเยี่ยมมากพวกมันสามารถคำนวณได้เร็วกว่าคุณ และพวกมันจะไม่รู้สึกขุ่นเคือง นับตั้งแต่วันแรกที่มีการคิดค้นรถยนต์ขึ้นมา คุณก็รู้อยู่แล้วว่าคุณจะไม่มีวันแซงรถยนต์ได้ การเล่นเกมโกะกับเครื่องจักรเองก็ไม่แตกต่างจากการทำให้ตัวเองขายหน้า

“แล้วมีสาขาไหนที่มนุษย์จะเป็นที่ชนะตลอด คำถามนั้นคือสิ่งที่ทำให้เราต้องพิจารณาถึงการศึกษาในอนาคต เราเคยพูดกันถึงเรื่องความฉลาดทางความรัก (love quotient-LQ) ที่เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจาก IQ และ EQ คนที่มี LQ ที่ดีเท่านั้น ถึงจะดึงดูดคนและทรัพยากร”

ผลตรงนี้ จึงทำให้ “แจ็ก หม่า” มองว่า จีนไม่ใช่ประเทศที่กำลังประสบปัญหาด้านการศึกษาอยู่ประเทศเดียวทั่วโลกก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน อะไรคือทรัพยากรยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเรา ไม่ใช่ถ่านหิน ไม่ใช่น้ำมัน แต่เป็นมันสมองของเด็กที่เกิดขึ้นในแต่ละปี จำนวน 20 ล้านคนทุกปี ประเทศจีนมีเด็กเกิด 20 ล้านคน และอาจมีจำนวนเด็กทั่วโลกที่เกิดในแต่ละปีถึง 100-200 ล้านคน เราพัฒนามันสมองของเด็กเหล่านี้อย่างไร เราควรใช้แนวทางการศึกษาแบบใดเพื่อพัฒนา IQ, EQ และ LQ ของพวกเขา สิ่งนี้คือความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา และยังเป็นโอกาสยิ่งใหญ่ที่สุด ณ ตอนนี้ด้วย

“ไม่มีใครสามารถพรากสิ่งที่อยู่ในสมองของเราไปได้ คนรวยอาจล้มละลาย อาจถูกหลอกเงิน แต่ไม่มีใครสามารถขโมยความรู้จากมันสมองของลูกหลานเราได้ ร่างกายที่ดี ควรมาพร้อมกับการศึกษาที่ดี ถ้าเช่นนั้นเราสามารถดูแลเด็ก 20 ล้านคน ที่เกิดขึ้นในจีนในแต่ละปีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ เราลงทุนทรัพยากรจำนวนมากไปกับการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท”

“ซึ่งในความเห็นของผม นี่ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง เราควรลงทุนทรัพยากรไปกับอนุบาล, ประถม, มัธยมต้น และมัธยมปลายมากกว่า เพื่อพัฒนานิสัยการเรียนรู้ที่ดีของเด็กตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เมื่อมาถึงคำถามที่ว่าเราควรจะลงทุนทรัพยากรด้านการศึกษาในเมือง หรือในพื้นที่ด้อยโอกาส ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าระดับการศึกษา และการพัฒนาของประเทศนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนชั้นนำ แต่อยู่ที่คนระดับล่างสิ่งที่เป็นเครื่องแสดงให้เห็นระดับการพัฒนาของประเทศหนึ่ง ๆ คือ เราพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาในหมู่บ้านห่างไกลได้ดีเท่าใด และขึ้นอยู่กับว่ามีทรัพยากรการศึกษาที่เพียงพอในพื้นที่ด้อยโอกาสหรือไม่”

“การศึกษาในชนบทจะต้องพัฒนา ประเทศจึงจะก้าวหน้าไปได้ดี เป้าหมายที่แท้จริงของการบรรเทาความยากจน คือ สนับสนุนการพัฒนาผู้คน เพื่อที่พวกเขาจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความมั่นใจ และมีความสามารถ ผมไม่ดูฟุตบอล แต่ผมสนใจในสปิริตของความเป็นทีม เหตุผลที่ให้เด็ก ๆ เล่นกีฬาก็เพื่อให้พวกเขาได้สัมผัสกับความผิดพลาด ไม่มีใครชนะไปได้ตลอด กีฬาที่แท้จริงเป็นเรื่องของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งหมายถึงการขจัดความเป็นปัจเจกออกไป”

“เราจะช่วยเด็กที่เกิดในแต่ละปีจำนวน 20 ล้านคน ให้เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ดีที่สุดได้อย่างไร เราควรให้พวกเขาพัฒนาในด้านที่แต่ละคนทำได้ดี เพราะปัญหาการศึกษาของจีน และของโลก ทุกคนนั้นแตกต่างกัน ทุกคนมีพรสวรรค์แตกต่างกันออกไป การศึกษาควรคำนึงถึงวิธีช่วยให้แต่ละคนสามารถปลดปล่อยความสามารถของตนเอง และได้รับการยอมรับ”

“แจ็ก หม่า” จึงมองว่า ผมไม่คิดว่าการนั่งทำการบ้าน 3 ชั่วโมง จะทำให้การเรียนของเด็กสมบูรณ์ ถ้าเขา, เธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้หลังจากใช้เวลา 6 ชั่วโมง ในแต่ละวันที่โรงเรียน เด็กไม่เหมือนกันก็ควรทำกิจกรรมที่แตกต่างกันไปหลังเลิกเรียน พวกเขาควรเล่นกีฬา พวกเขาควรลองเข้าสู่โลกของศิลปะผู้ปกครองชาวจีนบางคนคิดว่าการเล่นกีฬาส่งผลต่อการเรียน จริง ๆ แล้วกีฬามีประโยชน์ต่อการเรียน

“ผมทราบมาว่า หลักวิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า กีฬาสามารถเพิ่มระดับออกซิเจนในสมอง และพัฒนาความจำ รวมถึงความสามารถในการตั้งสมาธิการเรียน และกีฬาไม่ขัดกันและกัน สิ่งที่เรากำลังหาในแวดวงการศึกษาจริง ๆ แล้ว คือ คนที่เก่งทั้งด้านการเรียนและกีฬา เมื่อไม่นานมานี้ ผมเสนอการรื้อถอนและการบูรณาการโรงเรียนชนบท แล้วก็พบกับกระแสคัดค้าน แต่ครั้งหนึ่งผมไปเยี่ยมหมู่บ้านในชนบทที่เกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลเสฉวน เมื่อปี 2008 และพบว่าไม่มีอะไรเหลือในหมู่บ้านเลย ทางการท้องถิ่นให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบพักอยู่ในพื้นที่ต่อ”

“ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ชาวบ้านอาจตั้งรกรากที่นั่นเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพราะมีวิกฤต และเมื่อก่อนมีเพียงสองครัวเรือนเท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมู่บ้านอาจจะขยายตัวออกเป็นหลายร้อยครัวเรือน และก็มีทรัพยากรท้องถิ่นไม่พอต่อการเลี้ยงดูครัวเรือนเหล่านี้อีกต่อไป ผู้คนจึงควรย้าย เมื่อมีเหตุผลให้ย้าย เมื่อเด็กย้าย ผู้ใหญ่จึงจะย้ายตามมา”

“มีปัญหาในการศึกษาชนบทของเราเป็นจำนวนมาก แต่สาขานี้ก็เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาส ตอนที่ผมเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรก 23 จาก 24 คน ในชั้นเรียนของผมมาจากหมู่บ้านในชนบท แต่ปัจจุบันมีนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เป็นชาวบ้านชนบทแท้ ๆ น้อยลงเรื่อย ๆ เราต้องหาสาเหตุให้พบ เด็กในชนบทมีพรสวรรค์หลายประการ ทั้งด้านดนตรี, ศิลปะ, กีฬา ดังนั้น ในด้านการศึกษามูลนิธิแจ็ก หม่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาของเด็กในด้านดนตรี, ศิลปะ และกีฬา นักเรียนควรเริ่มพัฒนาทั้ง 3 ด้านนี้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล”

“เพราะคำว่าการศึกษาในภาษาจีน ประกอบด้วย ตัวอักษรที่แปลว่าสอน และอบรมเลี้ยงดู โรงเรียนของเราสมัยนี้ให้ความสำคัญกับการสอนมากเกินไป และไม่ได้สนใจการอบรมเลี้ยงดู ผมมองว่าการอบรมเลี้ยงดูเป็นเรื่องของศีลธรรม และลักษณะ เสน่ห์ของคนคนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่า เขา, เธอได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างไร คนที่ฉลาดอาจจะขาดการอบรมเลี้ยงดู”

ผลตรงนี้จึงทำให้ “แจ็ก หม่า” เชื่อว่า เด็ก ๆ ของเราต้องการกีฬาเพื่อที่พวกเขาจะได้พัฒนาความชื่นชอบในการทำงานเป็นทีม ถ้าพวกเขาไม่รู้จักการทำงานเป็นทีม พวกเขาจะสามารถทำงานร่วมกับผู้คนจากที่ต่าง ๆ ของโลกได้อย่างไร พวกเขาจะเป็นที่ยอมรับของคนอื่นได้เช่นไรไม่มีประโยชน์ในการอบรมเลี้ยงดูคนที่คนอื่น ๆ ไม่ชอบ เราต้องให้ความสนใจกับส่วนการอบรมเลี้ยงดู ในการศึกษาของจีน การศึกษาไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของโรงเรียนเท่านั้น ครอบครัว และสังคม ยังมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องการศึกษาด้วย

“ด้านพัฒนาการศึกษาชนบท โรงเรียนประถมหลายแห่งในพื้นที่ยากไร้ของจีนนั้นว่างเปล่า ใครกันจะเต็มใจไปสอนในโรงเรียนที่มีนักเรียนแค่ 6-7 คน ในชั้นที่แตกต่างกัน 4 ชั้น เราต้องการให้ครูชนบทได้รับการนับถือ เราไม่สามารถให้พวกเขาเดินทางไปหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลเพื่อไปสอนนักเรียนแค่ 4-5 คน โดยไม่มีเงินเดือนให้ ผมคิดว่าสภาพแวดล้อมที่ขัดสนของการสอนในชนบทเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมต่อครูชนบทเลย”

“ด้วยจำนวนนักเรียนที่น้อย และการขาดครูที่เต็มใจจะไปสอนในหมู่บ้านเหล่านั้น ผมสนับสนุนการบูรณาการโรงเรียนชนบทเพื่อรวมทรัพยากรการสอน กระทั่งทรัพยากรทางสังคม แม้จะมีเสียงคัดค้าน เราจะยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เราคิดว่าถูกต้องต่อไป เหมือนกับที่อาลีบาบาพัฒนามาตลอด 19 ปี ผมจึงขอให้พวกท่านทุกคนให้ความสำคัญแก่ครูชนบท การปฏิรูปครูชนบทจะแสดงถึงความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ของประเทศเรา”

“คุณสามารถบอกได้ทันทีว่า ใครขาดสารอาหาร แต่ถ้าคุณสามารถบอกได้ว่า ใครกันที่ขาดการศึกษา คุณจะประหลาดใจทันทีที่เห็นว่าประเทศของเรากำลังประสบปัญหาการขาดไร้ประสิทธิภาพด้านการศึกษา การขาดไร้ประสิทธิภาพเช่นนั้นจะนำมาซึ่งปัญหาแก่สังคมอย่างแน่นอน การดูแลลูกของคุณให้ดีนั้นยังไม่พอ ในอนาคตในหมู่เด็กรุ่นเดียวกันจะมีกลุ่มคนจำนวนมากที่ขาดการศึกษา เพื่อลูกของคุณ และอนาคตของเรา กรุณาให้ความสำคัญกับครูชนบท”

ดังนั้น “แจ็ก หม่า” จึงมองว่าการแก้ปัญหาของโรงเรียนในชนบทเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างแท้จริง เราต้องการใครสักคนที่อย่างน้อยก็พยายามทำผิดพลาด และช่วยรับมือกับปัญหานั้น เพราะครูคือวิศวกรทางจิตวิญญาณ แต่มีกี่คนกันที่รับเงินเดือนเท่ากับวิศวกร มีกี่คนกันที่รู้สึกว่าพวกเขากำลังทำอะไรที่ยิ่งใหญ่อยู่ มูลนิธิแจ็ก หม่าจึงบอกว่าการศึกษาคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่เราเคารพ เราจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากคุณจะมีส่วนร่วมในการกระทำครั้งนี้

“ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ด้วยการฟัง, สังเกต และให้ความสำคัญแก่เด็กที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และครูชนบท จะเป็นสิ่งที่คุณสามารถมีส่วนร่วมในการศึกษาของจีนได้”

อันเป็นคำตอบของ “แจ็ก หม่า” ที่มองโลกการศึกษาของสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่น่าจะนำมาเชื่อมโยงกับโลกการศึกษาของประเทศอื่น ๆ ในโลกได้อย่างน่าสนใจจริง ๆ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”