ไฟเขียวกฎหมายไซเบอร์-ข้อมูล คุมก่อการร้ายป้องธุรกิจสถาบันการเงิน-
ครม.ไฟเขียวดัน กม.ไซเบอร์ซีเคียวริตี้-คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้า สนช. “พิเชฐ” ย้ำจำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อป้องกันภัยคุกคามระบบไซเบอร์สถาบันการเงินภาคธุรกิจเสริมแกร่งโครงสร้างดิจิทัลประเทศ
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี 18 ธ.ค. 2561 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อ
“ไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายนี้ เพราะทั่วโลกอยู่ในภาวะที่มีการโจมตีทางไซเบอร์อยู่ตลอด อาทิ ระบบธนาคาร ฐานข้อมูลโรงพยาบาล จำเป็นต้องมีกลไกการเฝ้าระวังและรับมือ ทั้งที่เป็นราย sector และระดับความมั่นคงของรัฐ”
โดยจะระบุให้ภาคการเงินการธนาคาร ภาคขนส่งโลจิสติกส์ ภาคพลังงานสาธารณูปโภค ภาคสาธารณสุข ภาคโทรคมนาคม บริการภาครัฐ ความมั่นคง ต้องอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายนี้ และอาจเพิ่มเติมภาคอื่น ๆ ได้ภายหลัง พร้อมกำหนดภัยคุกคาม สอดคล้องกับกฎหมายไซเบอร์สากล หากมีการฝ่าฝืนกฎหมาย มีตั้งแต่ขอความร่วมมือไปจนถึงมีคำสั่งศาลขอตรวจสอบ โดยมีแนวปฏิบัติชัดเจน ส่วนบทลงโทษมีโทษจำคุก โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและระหว่างรอร่าง พ.ร.บ.บังคับใช้ จะมีคณะกรรมการเตรียมการไซเบอร์แห่งชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะดูแลในส่วนนี้ไปพลางก่อน
นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. …. ซึ่งเมื่อประกาศบังคับใช้จะทำให้การ”เก็บ-ใช้-เปิดเผย” ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลประชาชน ต้องได้รับการขอความยินยอมและนำไปใช้ได้เท่าที่มีการขออนุญาตไว้เท่านั้น
“ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยจัดระบบสังคมว่า อย่านำข้อมูลของประชาชนไปใช้ซี้ซั้ว และอย่านำข้อมูลไปหาประโยชน์โดยไม่ได้รับการยินยอม ถ้าประชาชนเปลี่ยนใจไม่ให้ข้อมูล พ.ร.บ.ฉบับนี้อนุญาตให้เจ้าของข้อมูลถอนการยินยอมได้ แต่มีข้อยกเว้นที่ไม่เข้าข่ายกฎหมายนี้ เช่น ในกรณีอันตรายต่อชีวิต เช่น หมอกับคนไข้ เวลาฉุกเฉิน”
ตามกฎหมายนี้จะมีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และสำนักงานใหม่ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนบทกำหนดโทษได้ศึกษาจากกฎหมายของสหภาพยุโรป โดยจะมีโทษปรับในกรณีไม่ให้ความร่วมมือ และหากกระทำผิดที่สร้างความเสียหายก็จะมีโทษทางอาญา
โดยในช่วงนี้จะมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการไปก่อน จนกว่ากฎหมายจะประกาศใช้
อย่างไรก็ตาม มีอีก 4 ฉบับที่เคลื่อนที่ไปแล้ว คือ ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กับร่าง พ.ร.บ.สำนักงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ สนช. ส่วนร่าง พ.ร.บ.การพิสูจน์และยืนตัวตนทางดิจิทัล พ.ศ. …. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำลังส่งไปที่ สนช. เช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. …. ถือเป็นการวางรากฐานโครงสร้างดิจิทัลของประเทศ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
