เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
Business ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
ล้างไพ่ประมูลใหม่ไฮสปีด EEC รื้อสัมปทาน PPP-รัฐลงทุนแสนล้าน
Economic ล้างไพ่ประมูลใหม่ไฮสปีด EEC รื้อสัมปทาน PPP-รัฐลงทุนแสนล้าน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.99% อยู่ที่ 62,626 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.99% อยู่ที่ 62,626 เหรียญสหรัฐ
นายกฯ เผยคุยยาว ป.ป.ส. กำชับออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐบาล ย้ำดูทุกมิติ
Politics นายกฯ เผยคุยยาว ป.ป.ส. กำชับออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐบาล ย้ำดูทุกมิติ
‘แอร์สาว’ กระทบภาพลักษณ์การบินไทย หวั่นออสเตรเลียแบนทุบ ‘ฮับการบิน’
Business ‘แอร์สาว’ กระทบภาพลักษณ์การบินไทย หวั่นออสเตรเลียแบนทุบ ‘ฮับการบิน’
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
ดูทั้งหมด

ยักษ์ชนยักษ์ ชิงลูกค้า “ดิจิทัล” คิกออฟ “สังคมไร้เงินสด”-

28 ส.ค. 2560 | 07:00น.

เมื่อโทรศัพท์มือถือกลายเป็นทุกสิ่ง และเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ทำให้สินค้าและบริการต่าง ๆ พยายามที่จะแทรกตัวเข้าไปให้บริการผ่านมือถือ

ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าในปี 2559 คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงินค่าบริการต่าง ๆ ผ่านบริการโมบายแบงกิ้งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มเป็น 20.8 ล้านบัญชี จาก 13.92 ล้านบัญชี ในสิ้นปี 2558 เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าในไม่ช้าธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือจะกลายเป็นธุรกรรมหลักของธนาคาร

“SCB” อัพสู่ไลฟ์สไตล์แบงกิ้ง

นั่นทำให้แบงก์ไทยพาณิชย์ลุกขึ้นมาลงทุนพัฒนาโครงสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มหลังบ้านใหม่หมด โดยใช้เงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมการเปิดตัวแอปพลิเคชั่น “SCB EASY” โฉมใหม่เวอร์ชั่น 3.0 ก็เพื่อให้ระบบหลังบ้านมีความปลอดภัย รองรับการเติบโตของผู้ใช้งาน และเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาบริการใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์และเข้าถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลให้ได้

ถึงขั้นประกาศด้วยว่าจะ “เป็นทุกอย่างเพื่อคุณ” เพื่อมุ่งไปสู่การเป็น “ดิจิทัลไลฟ์สไตล์แบงกิ้ง”

“ธนา เธียรอัจฉริยะ” รักษาการ Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับปรุงแอปพลิเคชั่น SCB EASY โฉมใหม่ในเวอร์ชั่นที่ 3 ก็เพื่อให้มีความเป็นดิจิทัลไลฟ์สไตล์แบงกิ้งมากขึ้น โดยนำความต้องการลูกค้ามาเป็นตัวตั้ง และหาเทคโนโลยีมารองรับ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับสมาร์ทโฟน และมองว่าการทำธุรกรรมที่ธนาคารเป็นเรื่องน่าเบื่อ เสียเวลาเดินทางและต้องกรอกเอกสารต่าง ๆ ที่ยุ่งยาก

ถนนทุกสายมุ่งชิงลูกค้าดิจิทัล

การแปลงโฉม SCB EASY ทำตั้งแต่การออกแบบหน้าตาแอปพลิเคชั่นให้น่าใช้ มีฟีเจอร์ใหม่ เช่น Cardless ATM ให้ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้โดยไม่ต้องใช้บัตร รวมถึงให้สิทธิพิเศษ และส่วนลดโดยไม่ต้องสะสมคะแนน เมื่อมีการทำรายการ เพื่อจูงใจให้มีการใช้งานเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าผลักดันให้มีผู้ใช้งานแอปเพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านคน เป็น 8 ล้านคนในปี 2561 และเป็น 10 ล้านคนภายในปี 2563 จากลูกค้า 14 ล้านคนในปัจจุบัน

“โมบายแบงกิ้งเป็นเทรนด์ เราไม่ได้มองว่ากำลังแข่งกับแบงก์อื่น แต่ที่น่ากลัวคือ เฟซบุ๊ก, ไลน์ และกูเกิล ที่มีฐานลูกค้า 30-40 ล้านคนในมือจะมาแย่งลูกค้ากลุ่มนี้จากแบงก์มากกว่า เราจึงต้องปรับปรุงและพัฒนาตนเองเพื่อให้ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคนี้”

ไม่เฉพาะธุรกิจธนาคารเท่านั้นที่ต้องปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล แต่ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและพัฒนาการของเทคโนโลยีได้เปิดโอกาสให้มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่นเข้าสู่ธุรกิจการเงินดิจิทัลได้ด้วยเช่นกัน

“ทรูมันนี่” ของกลุ่มแอสเซนต์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทรูมันนี่มุ่ง “ฟินไลฟ์”

“ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนต์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะปรับตัวเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ทางการเงิน หรือ “Finlife” ด้วยการปรับปรุงแอปพลิเคชั่น “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” ให้เป็นซูเปอร์แอป (Super App) ที่เหมาะกับทุกรูปแบบการใช้ชีวิต โดยเพิ่มเติมบริการต่าง ๆ นอกเหนือไปจากการจ่ายบิล, เติมเงินมือถือ, โอนเงิน, ชำระเงินออนไลน์ และออฟไลน์ โดยในปีนี้ลูกค้าจะซื้อบริการต่าง ๆ ใน App Store, Apple Music, iTunes Store ได้ด้วย ซึ่งจะเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำได้

ไม่ใช่แค่นั้น จะมีบริการอื่น ๆ อีก เช่น โอนเงินให้ครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศ, ซื้อตั๋วเครื่องบิน, จองที่พัก, กู้ยืมและลงทุนในกองทุนต่าง ๆ รวมทั้งซื้อประกัน เป็นต้น

“บริการด้านเพย์เมนต์จะเริ่มเห็นมากขึ้นในปีนี้ ส่วนบริการกู้ยืมเงินและการซื้อประกันต่าง ๆ จะเริ่มในไตรมาส 2 ปีหน้า เรื่องวงเงินกู้ยังไม่กำหนด โดยอยู่ระหว่างการศึกษากับพาร์ตเนอร์อย่างอาลีเพย์ แต่ได้เริ่มทดลองไปแล้วกับเซเว่นอีเลฟเว่นในการปล่อยกู้ในวงเงิน 200-300 บาท แต่ต่อไปจะปล่อยกู้ในวงเงินที่มากกว่านี้ เพราะอย่างที่รู้กันว่าเงินกู้นอกระบบมีมูลค่ามากกว่าเงินกู้ในระบบ เราจึงพยายามสร้างฐานข้อมูลให้เพียงพอนำมาวิเคราะห์บิ๊กดาต้าเพื่อทำเรื่องการกู้เงิน แต่ไม่ได้ไปเป็นคู่แข่งกับเเบงก์ เพราะกำลังคุยกับแบงก์เพื่อเป็นพาร์ตเนอร์กัน เป็นการเสริมในตลาดที่แบงก์เข้าไม่ถึง เช่น แบงก์ปล่อยกู้ให้เรา แล้วเราไปปล่อยรายย่อยอีกที จะช่วยแก้ปัญหาเงินกู้นอกระบบให้น้อยลงได้”

ปัจจุบัน “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” มีลูกค้า 30 ล้านคน จากฐานลูกค้าประมาณ 200-300 ล้านคนจาก 6 ประเทศที่เข้าไปทำตลาด ได้แก่ ไทย, เมียนมา, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เฉพาะในไทยมีลูกค้า 6 ล้านคน เป็นแอ็กทีฟยูสเซอร์ 3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านกว่าคนในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าในไทยให้ได้ถึง 30 ล้านราย และ 100 ล้านรายทั่วภูมิภาค ในแง่รายได้ปีนี้ยังไม่เน้น แต่มีการเติบโตต่อเนื่อง 10-15% ต่อปี โดยเน้นการสร้างฐานลูกค้า คาดว่าในสิ้นปีจะมีแอ็กทีฟยูสเซอร์ถึง 4 ล้านคน และเพิ่มเป็นกว่า 8 ล้านคนในปีหน้า

คิกออฟสังคมไร้เงินสด

“ยอดใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยที่ 200 บาท/ครั้ง มีการใช้งานเฉลี่ย 7 ครั้ง/เดือน โตขึ้น 3 เท่าตัวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริการที่ลูกค้าใช้มากที่สุดคือ 1.โอนเงิน 2.ใช้จ่ายค้าปลีก เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น และทรูคอฟฟี่ 3.เติมเงินมือถือ 4.จ่ายบนเพลย์สโตร์”

สำหรับการลงทุนของบริษัทในทุกประเทศรวมกัน คาดว่าอยู่ในหลักพันล้าน แต่เฉพาะประเทศไทยปีนี้ ประมาณ 500-600 ล้านบาท และปีหน้าจะเพิ่มอีกเท่าตัว เนื่องจากมีบริการกู้เงิน และยังอยู่ในช่วงขยายตัว สำหรับร้านค้าที่ใช้จ่ายผ่านทรู วอลเล็ท

“เชื่อว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของสังคมไร้เงินสด เนื่องจากภาครัฐให้การสนับสนุน เช่น มีบริการพร้อมเพย์ ขณะที่ผู้ให้บริการอื่น ๆ ก็มีบริการที่เติบโตสูงเช่นกัน ซึ่งบริษัทไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง เพราะคิดว่าคู่แข่งสำคัญคือ เงินสด โดย 80% ของทรานแซ็กชั่นยังใช้เงินสด และที่ไม่ใช่เงินสดก็จะใช้บัตรเครดิต ในภาพรวมอีวอลเลตมีคนใช้งาน 7-8 ล้านคน ดังนั้นผู้ให้บริการต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า คาดว่าใน 1-2 ปีข้างหน้า คนเมือง 70-80% จะใช้อีเพย์เมนต์”

ผู้บริหาร “แอสเซนต์” ย้ำว่า ธุรกิจอีวอลเลตจะมีการแข่งขันกันใน 3 กลุ่ม 1.ธุรกิจโทรคมนาคม เช่น ทรู ก็จะมีจุดแข็งคือมีฐานลูกค้ามือถือ 2.ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะมีจุดเด่นเรื่องความเร็วและฐานลูกค้า และ 3.แบงก์ มีฐานลูกค้าแบงก์ และปัจจุบันกลุ่มแบงก์เริ่มขยับเข้าสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันตลาดให้เติบโต