“EDGE” รังสีน้อย รักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า-

มะเร็งเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่ทำลายชีวิตมนุษย์เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ในอดีตการรักษามะเร็งมีข้อจำกัดอยู่หลายด้าน ทั้งความเสี่ยงจากการผ่าตัดในบริเวณที่เสี่ยงสูง เช่น สมอง หรือไขสันหลัง แต่ปัจจุบันนวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยการรักษามะเร็งแบบใหม่เน้นไปที่การรักษาเซลล์มะเร็งที่เป็นเป้าหมายเฉพาะจุด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบกับเซลล์ปกติหรือลดผลข้างเคียง จึงนำมาสู่การรักษาด้วยวิธีรังสีศัลยกรรม เพื่อรักษามะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด โรงพยาบาลวัฒโนสถ ได้นำเครื่อง EDGE ซึ่งเป็นเครื่องฉายรังสีพลังงานสูงใช้รักษาโรคมะเร็งตัวใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำลายเซลล์มะเร็งอย่างตรงจุดและใช้เวลาการรักษาที่สั้น

นายแพทย์ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ กล่าวว่า ด้านประสิทธิภาพของเครื่องฉายรังสี EDGE สามารถควบคุมขอบเขตลำรังสีที่สอดรับกับรูปร่างหรือรูปทรงของก้อนมะเร็ง ซึ่งเครื่องจะคำนวณปริมาณรังสีตามเทคนิคการรักษาที่วางไว้ และด้วยลักษณะสำคัญของเครื่องมือที่มีซี่วัตถุกำบังรังสี จำนวน 120 ซี่ สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ ทำให้อวัยวะข้างเคียงได้รับผลกระทบน้อยจากปริมาณรังสี

ความพิเศษของเครื่อง EDGE คือการปรับทิศทางของร่างกายได้ถึง 6 ทิศทาง เพื่อให้สามารถฉายรังสีได้แม่นยำขึ้น นอกจากนี้การที่เครื่อง EDGE สามารถฉายรังสีพลังงานสูงในเวลาสั้น ทำให้การฉายแสงแต่ละครั้งใช้เวลาสั้นลงและลดจำนวนครั้งลง เป็นทางเลือกแทนการผ่าตัด

นอกจากนี้ การฉายรังสีด้วยเครื่อง EDGE ยังเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่สามารถทำการรักษาโดยวิธีการผ่าตัด ที่อาจมีข้อจำกัดจากโรคอื่น ๆ ทำให้ไม่สามารถผ่าตัด หรือสภาพร่างกายไม่แข็งแรง เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่อาจทนรับการผ่าตัดได้

ด้าน นายแพทย์ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรงพยาบาลวัฒโนสถ กล่าวว่า สำหรับผลข้างเคียงจากการฉายรังสีโดยเครื่อง EDGE นั้น โดยทั่วไปลดลงเมื่อเทียบกับผลข้างเคียงจากการฉายรังสีแบบเดิมอยู่ 2-3 เท่าตัว ซึ่งมีความสำคัญเมื่อต้องทำการรักษาในจุดที่สำคัญอย่างสมอง เนื่องจากหากสมองโดนทำลายหรือเสียหาย จะกระทบต่อการควบคุมอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้ง่าย

“อย่างสมองมีเส้นประสาท มีเส้นเลือดที่สำคัญ ถ้าหากมันไปกระทบจะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ เสียไป เพราะมันมีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้อย่างแน่นอน”

สำหรับความแม่นยำของเครื่อง EDGE รศ.นพ.ประเสริฐย้ำว่า ในสมัยก่อนยอมรับความคลาดเคลื่อนในการผ่าตัดอยู่ที่ 2-3 มิลลิเมตร แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีของเครื่อง EDGE ทำให้ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 มิลลิเมตร และเมื่อเทียบประสิทธิภาพกับการผ่าตัดแล้ว รศ.นพ.ประเสริฐยกตัวอย่างว่า กรณีที่มะเร็งมีการแพร่กระจายไปในกระดูกหรือไขสันหลัง การผ่าตัดเป็นเพียงการบรรเทาหรือลดการกดเบียด และการผ่าตัดไม่สามารถกำจัดตัวก้อนมะเร็งออกได้หมด ถึงจะมีการผ่าตัดแล้วก็ต้องมีการฉายรังสีร่วมด้วยทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากคนไข้บางรายที่แพทย์มีการประเมินแล้วอาจไม่ต้องใช้การผ่าตัด แต่ใช้วิธีการฉายรังสีอย่างเดียวได้ ทั้งนี้ ถ้ามีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ ซึ่งแพทย์จะเป็นคนประเมินอีกครั้ง