ใช้ “บัตรสวัสดิการรัฐ” แน่นร้าน “ข้าวสารน้ำตาลน้ำปลา” ขายดี-
ผู้มีสิทธิแห่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแน่นทุกร้าน ปลุกการจับจ่ายในท้องถิ่น น้ำปลา น้ำตาล ข้าวสาร สินค้ายอดฮิต เอกชนขานรับโครงการ คาดเงินหมุนเวียนในระบบ 3.3 รอบ สงขลาผ่อนปรนเดือนแรกใช้ไม่หมดวงเงิน 300 บาท ให้นำไปสมทบในเดือน พ.ย.ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นวันแรกของการให้บริการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในหลายจังหวัดมีประชาชนแห่ไปใช้บริการแน่นทุกร้าน ส่วนใหญ่จะจับจ่ายซื้อข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา และสินค้าที่จำเป็นในครัวเรือน
ทั้งนี้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี ได้รับวงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อเดือน และ 2.กลุ่มผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/ปี ได้รับวงเงินซื้อสินค้า 200 บาทต่อเดือน ซึ่งระบบจะทำการรีเซตวงเงินในบัตรใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือน หากวงเงินที่ใช้ไม่หมดจะถูกตัดส่งคืนกลับเข้ารัฐทันที ไม่มีการสะสมในเดือนต่อไป ใช้สิทธิด้วยตนเอง 1 คนต่อ 1 บัตรต่อ 1 สิทธิ โดยมีสิทธิในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคภายในวงเงินต่อเดือน หากซื้อสินค้ามากกว่าวงเงินที่ได้รับจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง
สำหรับสิทธิค่าโดยสารรถ ขสมก./รถไฟฟ้า ใช้ชำระค่าโดยสารรถ ขสมก. (ระบบ e-Ticket)/รถไฟฟ้า, ค่าโดยสารรถ บขส. และค่าโดยสารรถไฟ ได้อย่างละ 500 บาทต่อเดือน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการใช้ ด้านสิทธิส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จำนวน 45 บาทต่อ 3 เดือน ส่วนที่เกินต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง เมื่อถึงรอบ 3 เดือน วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้น ไม่มีการสะสมในรอบถัดไป
นายเอกศักดิ์ อารยนันท์ พาณิชย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า จากการติดตามการให้บริการการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการพบว่า ประชาชนให้ความสนใจไปซื้อสินค้าทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ อย่างไรก็ตาม ร้านค้าจะมีเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียง 1 เครื่อง ทำให้ประชาชนต่อแถวยาว การบริการล่าช้าพอสมควร จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจว่าสามารถใช้ได้ทุกวัน และทุกร้านที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้าน ซึ่งจะมีป้ายบอกไว้ทุกร้าน
“สำหรับเดือนตุลาคมนี้ หากผู้ใดยังใช้ไม่หมดวงเงิน 300 บาท ก็สามารถนำไปสมทบในเดือนพฤศจิกายน 2560 ได้ แต่หลังจากนั้นให้ใช้ให้หมดวงเงิน 300 บาทภายใน 1 เดือน ซึ่งต้องซื้อสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือสินค้าฟุ่มเฟือย”
สำหรับในจังหวัดสงขลา มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 410 ร้าน ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 89 เครื่อง คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น
จากการสอบถามประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างมีความพึงพอใจเป็นอย่างมากกับนโยบายดังกล่าว และอยากให้ดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงรัฐบาลอื่นด้วย เพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้ชัดเจน
นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการสวัสดิการแห่งรัฐเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี เพราะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบได้มากถึง 3.3 รอบ
ด้านนางสาววาสนา นะเมตตาจิต ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า มีร้านค้าธงฟ้าสมัครเข้าร่วมโครงการร้านค้าประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (มีผู้รับสิทธิใช้บัตร 26,753 ราย) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ซื้อสินค้าที่จำเป็นแก่การครองชีพในราคาที่ถูกกว่าปกติ จำนวน 130 ร้านค้า และแจ้งความประสงค์ติดตั้งเครื่อง 64 ร้านค้า ซึ่งธนาคารกรุงไทยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องรูดบัตร EDC ให้แล้ว จำนวน 25 เครื่อง ครอบคลุมทุกอำเภอ และจะทยอยเร่งติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้ครบทั้งหมด
“ร้านค้าที่ยังไม่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจรายละเอียด และเกรงจะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งได้ทำความเข้าใจไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายมีเพียงค่าบำรุงรักษาเครื่องเดือนละ 100 บาทเท่านั้น”
น.ส.เกศริน ภัทรเปรมเจริญ คลังจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในจังหวัดมหาสารคาม 209,587 ราย ขณะนี้ได้จ่ายบัตรให้กับผู้มีสิทธิไปแล้วกว่า 77,000 ใบ และปัจจุบันมีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร (EDC) แล้วจำนวน 76 สาขา จากร้านค้าที่สมัครใจร่วมโครงการกว่า 300 สาขา ซึ่งกำลังเร่งติดตั้งเพื่อรองรับผู้มีสิทธินำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในครัวเรือน ส่วนจุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด ติดตั้งเครื่อง EDC พร้อมใช้งานแล้วมีจุดเดียวที่บริเวณสถานีขนส่งเทศบาลเมืองมหาสารคาม