เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

Artsy สตาร์ตอัพที่มาพร้อม “ศาสตร์” และ “ศิลป์”-

09 ต.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ สตาร์ตอัพปัญหาทำเงิน

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

“คาร์เตอร์ คลีฟแลนด์” มีความหลงใหลใน 2 สิ่ง : งานศิลปะ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะมีพ่อทำงานเป็นนักเขียนวิจารณ์งานศิลป์ ทำให้เขาสนใจและชอบงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นก็พบว่าตัวเองชอบวิทยาศาสตร์เช่นกัน โดยเฉพาะอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เขาจึงเลือกสอบเข้าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง “พรินซ์ตัน”

ที่นี่เอง ที่ทำให้เขารู้ว่าจะผสานความชอบในงานศาสตร์และศิลป์ของเขาเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างไร

ตอนเรียนปีหนึ่ง (ปี 2009) เขาเริ่มพัฒนาเว็บไซต์ โดยเอาความรู้ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์มาช่วยรวบรวมและแบ่งประเภทงานศิลปะที่เขาชื่นชอบเข้าไว้ด้วยกัน

ปี 2012 เปิดกิจการ e-Commerce งานศิลป์เป็นทางการภายใต้ชื่อ Artsy และเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัพที่รวบรวมงานศิลปะและเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่โดดเด่นที่สุดในอเมริกา มีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์และดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น กว่า 24 ล้านคน ใน 190 ประเทศ

ปัจจุบัน Artsy นำเสนอผลงานศิลปะกว่า 8 แสนชิ้น จากศิลปินกว่า 7 หมื่นคน โดยรวบรวมมาจาก “อาร์ตแกลเลอรี่” กว่า 1,800 แห่ง บริษัทประมูลงานอาร์ตชั้นนำอีก 25 บริษัท และมิวเซียมและสถาบันศิลปะอีกกว่า 600 แห่งทั่วโลก

สำหรับผู้ขายอย่างแกลเลอรี่ และบริษัทประมูล Artsy เป็นอีกช่องทางที่ช่วยดึงลูกค้าใหม่ ๆ และด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมไว้ ประกอบกับระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่เขาให้ความสำคัญเรื่องความละเอียดแม่นยำ จึงช่วยประเมินช่วงราคาที่เหมาะสมให้แต่ละชิ้นงาน และคาดการณ์พฤติกรรมและความชอบของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ด้วย

สำหรับนักสะสมหรือผู้ซื้อ Artsy ช่วยให้การเลือกช็อปงานศิลปะที่ตรงกับรสนิยมของแต่ละคนเป็นเรื่องง่ายขึ้น มีการแบ่งประเภทงานศิลปะชัดเจน ทำให้สะดวกต่อการค้นหา ทั้งยังให้ข้อมูลและรายละเอียดที่ช่วยเพิ่มความรู้เกี่ยวกับผลงานแต่ละชิ้นทั้งในแง่ของศิลปะและมูลค่าอีกด้วย

สำหรับมิวเซียมและสถาบันการศึกษา Artsy คือ ช่องทางในการโปรโมตงานแสดงผลงานศิลปะต่าง ๆ เพราะนอกจากนำเสนอผลงานศิลปะและเป็นช่องทางการซื้อขายออนไลน์แล้ว Artsy ยังเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่รวบรวมอีเวนต์ดัง ๆ เกี่ยวกับงานอาร์ตทั่วโลกไว้ในที่เดียว รวมทั้งมีบทความแนะนำไฮไลต์ของแต่ละอีเวนต์ และบทความเกี่ยวกับผลงานศิลปะที่น่าสนใจอีกมากมาย ทำให้แต่ละเดือนมีคนที่สนใจในงานศิลปะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แห่งนี้กว่า 2.5 ล้านคน

สิ่งที่ทำให้ Artsy ต่างจากคู่แข่ง และน่าจะเป็นกลยุทธ์หลักที่ทำให้ยืนหยัดและยังเติบโตได้ คือ แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาแย่งชิงพื้นที่ หรือมองไม่เห็นหัวผู้เล่นรายเดิม คาร์เตอร์เลือกผูกสัมพันธ์กับบรรดาแกลเลอรี่ และบริษัทประมูลต่าง ๆ เพื่อจะได้ส่งเสริมธุรกิจของกันและกันในฐานะ “พันธมิตร”

ในเชิงธุรกิจแล้ว พันธมิตรเหล่านี้คือลูกค้าหลักของ Artsy เพราะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนในการใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอสินค้าผ่านหน้าเว็บและแอปของ Astry ทั้งยังต้องจ่ายค่าคอมมิสชั่นสำหรับรายได้ที่ได้จากการประมูลผ่านช่องทางของ Artsy ด้วย

กลยุทธ์ที่เน้นการสร้างพันธมิตรของ Artsy แม้จะใช้เวลา แต่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่คู่แข่งหลายรายที่มาแรงในช่วงแรกกลับเริ่มแผ่วปลาย อย่าง Artlist, Artspace และ Paddle8 ที่ต้องเอาพนักงานจำนวนมากออกเพราะขาดสภาพคล่องบางรายต้องควบรวมกับบริษทอื่น ส่วน Artsy ยังระดมทุนได้อีก 50 ล้านเหรียญ ทำให้ยอดทุนที่ระดมได้ทั้งหมดขยับขึ้นมาที่ 100 ล้านเหรียญแล้ว

จากการรายงานประจำปีของ Hiscox Online Art Trade Report ระบุว่า ปี 2016 ธุรกิจขายงานศิลปะออนไลน์มีมูลค่ารวม 3.75 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า แต่เป็นแค่ 8% ของมูลค่าตลาดงานอาร์ตทั้งหมด โดยเกือบ 80% ของงานศิลป์ที่มีการซื้อขายมีราคาต่ำกว่า 5 พันเหรียญ แสดงว่าคนซื้อยังไม่ใช่กลุ่มไฮเอนด์

แถมผู้ทำรายได้สูงสุดในแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ใช่ผู้เล่นรายใหม่สุดแสนไฮเทคทั้งหลาย แต่กลับเป็นเจ้าตลาดรุ่นลายครามอย่าง Sotheby’s, Christie’s และ Phillips ที่ทำยอดขายรวมกันคิดเป็น 19% เพราะแม้จะเพิ่งขยับเข้าสมรภูมิออนไลน์ได้ไม่นาน บริษัทเหล่านี้ต่างมีความน่าเชื่อถือที่สะสมมานานและเป็นจุดขายที่ผู้เล่นรายใหม่ยากจะเทียบชั้นได้ในระยะเวลาอันสั้น

ถึงเทรนด์นี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อ Artsy เพราะผูกสัมพันธ์กับผู้เล่นเหล่านี้ไว้แล้ว ทั้งในฐานะ “พันธมิตร” และ “ลูกค้า” แต่ความท้าทายหลักของ Artsy คือ จะโน้มน้าวกลุ่มนักสะสมหรือผู้ซื้ออีกมากทั่วโลก (โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์) ให้หันมาลองใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อขายงานศิลปะราคาแพงได้อย่างไร

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ e-Commerce วงการอาร์ตยังไม่โต คือยังมีผู้ซื้อกระเป๋าหนักอีกมากที่มองช่องทางนี้ด้วยสายตาหวาดระแวง ไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย กลัวโดนย้อมแมว (ต่อให้แสดงภาพระดับ HD ก็ยังไม่มั่นใจ) ทั้งยังเชื่ออีกว่า งานศิลป์ต้องใช้หัวใจเข้าถึง จะวางขายเหมือนกระดาษชำระได้อย่างไรกัน

เป็นโจทย์ที่ชวนปวดหัว อย่างที่รู้กัน เปลี่ยนทัศนคตินั้น ยากเย็นแสนเข็ญ ที่สำคัญต้องใช้เวลา ถามว่านักลงทุนจะใจเย็น และรอได้นานแค่ไหน