เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

อาซาฮี ถอนทัพแดนมังกร ปล่อยหุ้นชิงเต่า…ขนเงินลุยยุโรป-

20 ต.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

 

แม้จีนจะเปรียบเสมือนเค้กชิ้นโตสำหรับวงการเบียร์ด้วยสถานะตลาดเบียร์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สำหรับผู้ผลิตเบียร์สัญชาติญี่ปุ่นแล้ว ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างข้อพิพาทหมู่เกาะเซ็งกะกุ/เตียวหยู ได้ทำให้ตลาดที่แข่งขันสูงจากผู้เล่นทั้งในและนอกประเทศอยู่แล้วนี้ท้าทายยิ่งขึ้น

จนแม้แต่ผู้ผลิตเบียร์สัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่อย่าง “อาซาฮี” ซึ่งทุ่มทุนกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อหุ้น 20% ของ “ชิงเต่า บริวเวอรี่” เมื่อปี 2552 หวังใช้เครือข่ายช่องทางขายของผู้ผลิตเบียร์อันดับ 2 ของจีนช่วยรุกตลาด หลังร่วมทุนกันตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจีนตั้งแต่ปี 2540 เพื่อผลิตทั้งเบียร์อาซาฮี ซูเปอร์ดราย และชิงเต่า ยังออกอาการซวนเซ จนต้องมองหาช่องทางถอนตัวออกจากตลาดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “อาซาฮี โฮลดิ้ง กรุ๊ป” ได้ประกาศขายหุ้นของ “ชิงเต่า บริวเวอรี่” ที่ถืออยู่ทั้งหมด 20% อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตโฟลิโอในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หันเน้นความคุ้มค่าและศักยภาพในระยะยาวของแต่ละหน่วยธุรกิจ เพื่อรับมือกับการแข่งขันสูงและสภาพตลาดชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ยังไม่มีการระบุราคา ตัวผู้รับซื้อหุ้นจำนวนนี้และเงื่อนไขอื่น ๆ รวมถึงสถานะของโรงงาน 2 แห่งในเสิ่นเจิ้นและเยียนไถที่เกิดจากการร่วมทุนแต่อย่างใด

ด้านบรรดานักวิเคราะห์ที่มองว่าความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการเปลี่ยนกลยุทธ์หันเน้นตลาดยุโรปของอาซาฮี ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหันไปเน้นลงทุนในตลาดยุโรปมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การทุ่มเม็ดเงินกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไล่ซื้อกิจการเบียร์ในยุโรปทั้งภาคกลางและตะวันออกจากเอบีอินเบฟในปี 2558

จนปีที่แล้วสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเบียร์ยุโรปได้ถึง 9% แซงหน้าเอบีอินเบฟที่มีส่วนแบ่ง 8% และขึ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาดตามหลังไฮเนเก้น และคาร์ลสเบิร์ก ซึ่งครองส่วนแบ่ง 20% และ 12% ตามลำดับ

ในขณะที่เริ่มปล่อยขายธุรกิจในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในธุรกิจร่วมทุนในอินโดนีเซียเมื่อต้นเดือน และขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทร่วมทุน “ติงยี-อาซาฮี เบฟเวอเรจ โฮลดิ้ง” (Tingyi-Asahi Beverages Holding) ให้ติงยีโฮลดิ้งผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของจีนไปในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้เมื่อเดือน ม.ค. “อาคิโยชิ โคจิ” ประธานของอาซาฮี เคยกล่าวถึงการถือหุ้นในชิงเต่าว่า การเป็นเจ้าของแต่ไม่มีอำนาจสั่งการนั้นไม่มีประโยชน์อะไร

ด้านตลาดญี่ปุ่นเองเริ่มมีปัญหาต้นทุนการกระจายสินค้าขยับสูงขึ้น เนื่องจากขาดแคลนรถบรรทุกและคนขับ จนต้องประกาศขึ้นราคาเบียร์แบบขวดและถังอีกประมาณ 10% โดยมีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 2561 นับเป็นการขึ้นราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี รวมถึงอาจขึ้นราคาเหล้าและโซชูแบบถังด้วยเช่นกันเพื่อชดเชยการขนส่งทั้งขาไปและกลับมารีไซเคิล ส่วนกระป๋องยังคงราคาเดิมเพราะบริษัทไม่ต้องขนกลับ

ด้านชิงเต่าได้แยกออกแถลงการณ์ของตนระบุเพียงว่า กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการเปิดเผยข้อมูลอื่น ๆ ในภายหลัง แต่ “เจเรมี เยา” นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์มิสุโฮะ กล่าวว่า เรื่องนี้อาจเป็นโอกาสของชิงเต่าที่จะปรับทิศทางธุรกิจหากผู้ซื้อเป็นบริษัทเบียร์รายใหญ่หรือนักลงทุนเชิงรุก

ต้องรอดูกันว่า ใครจะเป็นผู้ที่มารับหุ้นชิงเต่าต่อจากอาซาฮี และอาซาฮีจะนำเม็ดเงินที่ได้จากการขายหุ้นนี้ไปลงทุนด้านไหนต่อไป