เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โก๋ จักรกฤษณ์’ วาง 5 โรดแมป สร้างขอนแก่น ‘เมืองแห่งโอกาส’
Economic ‘โก๋ จักรกฤษณ์’ วาง 5 โรดแมป สร้างขอนแก่น ‘เมืองแห่งโอกาส’
เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
Politics เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
Biz Movement รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
“พิพัฒน์” เปิดถนน 4 เลน “ท่าศาลา-นบพิตำ”นครศรีธรรมราช เชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว
Real Estate “พิพัฒน์” เปิดถนน 4 เลน “ท่าศาลา-นบพิตำ”นครศรีธรรมราช เชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว
ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
Economic ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
Finance ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
Politics นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
Economic “ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
Economic ‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
ดูทั้งหมด

“ชิเซโด” ทุ่มงบผุดโรงงาน ย้ำอิมเมจ… เมด อิน เจแปน-

03 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

 

“เมดอินเจแปน” หรือสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นดูจะยังคงความขลังในสายตาของผู้บริโภคชาวเอเชีย โดยเฉพาะในแดนมังกรที่คนจำนวนมากยอมข้ามน้ำข้ามทะเลไปช็อปสินค้าต่าง ๆ ในญี่ปุ่น เพื่อให้ได้สินค้าที่เชื่อว่าปลอดภัยและมีคุณภาพสูงกว่าการผลิตจากแหล่งอื่น

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหันมาพิจารณาใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานผลิตสินค้าอีกครั้ง หลังจากกระจายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ อาทิ จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเพื่อควบคุมต้นทุน

สำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานว่า ชิเซโด (Shiseido) ผู้ผลิตสินค้าความงามสัญชาติญี่ปุ่นได้ประกาศปรับโครงสร้างฐานการผลิตสินค้าเพื่อรองรับดีมานด์ทั้งในและนอกประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

ด้วยการเน้นให้ญี่ปุ่นเป็นฐานการผลิตหลักอีกครั้ง

หวังชูจุดขายเรื่อง “เมดอินเจแปน” โดยทุ่มเงิน 839 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งโรงงานใหม่ที่อำเภอโทชิกิ ทางเหนือของกรุงโตเกียว

พร้อมกับเพิ่มกำลังผลิตของโรงงานที่โอซากา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างขึ้นเป็น 2 เท่าจากแผนเดิม

การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโรงงานใหม่ของบริษัทบนแผ่นดินญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี

โรงงานใหม่ทั้ง 2 แห่งจะเน้นผลิตสินค้ากลุ่มสกินแคร์ อาทิ โลชั่นสำหรับผิวหน้าและคอนดิชั่นเนอร์ โดยโรงงานที่อำเภอโทชิกิ ซึ่งมีกำหนดเดินสายการผลิตในปี 2562 จะรับผิดชอบสินค้าระดับกลางสำหรับขายในประเทศ

ส่วนโรงงานที่โอซากามีกำหนดเดินเครื่องจักรในปี 2563 จะผลิตสินค้าระดับบนรองรับทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศ

นับเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากการย้ายโรงงานผลิตสกินแคร์ แบรนด์ “อิริคเซอร์” (Elixir) จากเวียดนามกลับมายังญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นปี

“มาซาฮิโกะ อุโอทานิ” ประธานและซีอีโอของชิเซโด อธิบายว่า ผู้บริโภคในต่างประเทศโดยเฉพาะจีนยังให้ความสำคัญและความเชื่อมั่นกับสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นสูงมาก

เห็นได้จากยอดขายของบริษัทที่เติบโตต่อเนื่องด้วยการส่งออกไปยังตลาดเอเชียและการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว โดยคาดว่ายอดขาย 3 ไตรมาส เม.ย.-ธ.ค. จะสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.65 แสนล้านเยน

ดังนั้นเพื่อเน้นย้ำจุดแข็งดังกล่าวจากนี้ไปสินค้า “เมดอินเจแปน” จะเป็นหัวหอกในการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าทุกกลุ่ม

ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่น ผู้บริโภคท้องถิ่นในแต่ละประเทศ รวมถึงชาวญี่ปุ่นเอง

โดยเมื่อโรงงานใหม่เปิดทำการจะทำให้บริษัทมีฐานการผลิตในญี่ปุ่นรวม 4 แห่ง คือ โทชิกิ, ไซตามะ, ชิสุโอกะและโอซากา

นอกจากนี้อาจเพิ่มกำลังผลิตและจำนวนคนงานของโรงงานในชิสุโอกะและไซตามะด้วยเช่นกัน เพื่อปั้นยอดขายให้ถึง 1 ล้านล้านเยน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 1 แสนล้านเยนภายในปี 2563 ตามเป้าที่วางไว้

“กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ชิเซโดได้เปรียบคู่แข่งทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นรายอื่น และแบรนด์ต่างชาติ”

สอดคล้องกับตัวเลขของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่า ปี 2559 เป็นปีแรกที่ยอดส่งออกเครื่องสำอางสูงกว่านำเข้า ด้วยมูลค่าการส่งออกสูงถึง 2.67 แสนล้านเยนเติบโต 29% จากปีก่อนหน้า

และช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 นี้การส่งออกยังเติบโตได้สูงกว่า 30% จนมีโอกาสแตะ 3 แสนล้านเยนเป็นครั้งแรก

หากแผนการของชิเซโดสำเร็จ จากนี้ต้องจับรอดูว่าจะมีแบรนด์ญี่ปุ่นรายไหนเลือกเดินตามรอย ย้ายฐานการผลิตกลับไปยังประเทศบ้านเกิดอีกบ้าง รวมท่าทีของแบรนด์เกาหลี-จีนว่าจะรับมืออย่างไร