เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

เงื่อนไข “ดิสนีย์” สุดหิน โรงหนังบอยคอต…สตาร์ วอร์ส-

10 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

“สตาร์ วอร์ส” ถือเป็นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ที่มีโอกาสทำกำไรแน่นอน 100% ซึ่งทุกโรงภาพยนตร์ทั้งในสหรัฐและทั่วโลกต้องรีบคว้ามาฉายหวังดึงดูดเม็ดเงินจากบรรดาแฟน ๆ ที่จะหลั่งไหลเข้ามารับชมจนแน่นขนัดแบบไม่สนราคาค่าตั๋ว ทำให้ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเจ้าของลิขสิทธิ์รายปัจจุบันอย่าง “วอลต์ ดิสนีย์” จะตั้งเงื่อนไขโหดหินหรือกำหนดราคาสูงลิ่วอย่างไรก็ต้องกัดฟันยอมรับเพื่อให้ได้สิทธิ์ฉาย

แต่สำหรับ “สตาร์ วอร์ส เดอะ ลาส เจได” ที่เป็นภาคล่าสุดนั้น ดูเหมือนความอดทนของฝ่ายผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ในสหรัฐบางรายจะสิ้นสุดลง เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงภาพยนตร์หลายแห่งในสหรัฐอาจตัดสินใจไม่ฉายภาพยนตร์ฮิตเรื่องนี้ เนื่องจากรับไม่ได้กับเงื่อนไขใหม่ซึ่งผู้จัดจำหน่ายบางรายกล่าวว่า เป็นเงื่อนไข “โหดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา”

โดยแม้รายละเอียดจะเป็นความลับ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับวงการภาพยนตร์เปิดเผยว่า เงื่อนไขการฉายภาพยนตร์สตาร์ วอร์สภาคล่าสุดที่วอลต์ ดิสนีย์ประกาศออกมานั้น กำหนดให้โรงภาพยนตร์ในสหรัฐและแคนาดาที่ขายตั๋วได้เกิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้องแบ่งรายได้ 65% จากการขายตั๋วตลอดช่วงการฉายให้กับดิสนีย์ และยังบังคับให้ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงขนาดใหญ่ที่สุดที่สาขานั้น ๆ มีต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีบทลงโทษกรณีผิดเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นยกเลิกรอบฉาย หรือทำการตลาดก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งทางโรงภาพยนตร์จะต้องถูกปรับโดยเสียส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วอีก 5% ให้วอลต์ ดิสนีย์หรือรวมเป็น 70%

แตกต่างจากเงื่อนไขของสตูดิโออื่น ๆ ที่จะลดส่วนแบ่งรายได้ลงในสัปดาห์หลัง ๆ ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ชม เช่นเดียวกับระยะเวลาฉายที่สตูดิโออื่นจะกำหนดขั้นต่ำที่ 2 สัปดาห์เท่านั้น เช่นเดียวกับส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วซึ่งมักกำหนดไว้ที่ 55-60% แม้แต่ดิสนีย์เองเมื่อครั้งฉายภาค “ฟอร์ส อเวกเคนนิ่ง” ยังคิดส่วนแบ่งสูงสุดที่ 64% และไม่มีมาตรการลงโทษเมื่อผิดสัญญา

เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับโรงภาพยนตร์ขนาดกลาง-เล็ก ที่มีลูกค้ามากพอจะสร้างรายได้ถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไม่มากพอที่จะฉายภาพยนตร์เรื่องเดียวต่อเนื่องถึง 1 เดือน เช่น “ลี เอคิน” เจ้าของโรงภาพยนตร์ในเมืองเอลเคเดอร์ รัฐไอโอวา ซึ่งกล่าวว่าเมืองนี้มีประชากรเพียงแค่ 1,213 คน แค่ 2 สัปดาห์ก็คงดูกันครบทั้งเมืองแล้ว เท่ากับว่า 2 สัปดาห์สุดท้ายจะไม่มีรายได้เลย

ด้านผู้เชี่ยวชาญในวงการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ตั้งข้อสังเกตว่า การให้ยืนโรงนานถึง 4 สัปดาห์นั้น มุ่งเป้าที่การสกัดขาคู่แข่ง เนื่องจากช่วงปลายปีถือเป็นอีกหนึ่งไฮซีซั่นของวงการที่จะมีภาพยนตร์จากสตูดิโอใหญ่ ๆ ต่อคิวเข้าฉายแน่นขนัด อาทิ จูแมนจี้ของโซนี่ พิกเจอร์ส และเดอะ เกรทเทส สโนว์แมน ของทเวนตี้เซ็นจูรีฟ็อกซ์

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วอลต์ ดิสนีย์ออกเงื่อนไขแบบสะเทือนวงการ โดยเมื่อปี 2558 ดิสนีย์บังคับให้โรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐใช้เรตราคากลางในการคำนวณรายได้ ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต้องรวมตัวกันยื่นหนังสือประท้วง จนสตูดิโอยักษ์ยอมถอย

สภาพนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของวอลต์ ดิสนีย์ซึ่งพุ่งสูงขึ้นหลังทุ่มทุนซื้อสตูดิโอดังอย่างมาร์เวล และลูคัสฟิล์มเข้ามา โดยปีที่แล้วสตูดิโอมีภาพยนตร์ใหม่เพียง 13 เรื่อง แต่ได้ส่วนแบ่งรายได้ในตลาดสหรัฐถึง 26% ตรงข้ามกับวอร์เนอร์บราเธอร์สที่เปิดตัวภาพยนตร์ 23 เรื่อง แต่มีส่วนแบ่งแค่ 17% เท่านั้น

จากนี้ต้องรอดูว่าจะมีการผ่อนปรนเงื่อนไข หรือข้อยกเว้นใดออกมาช่วยโรงภาพยนตร์ขนาดกลาง-เล็กหรือไม่