เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
ดูทั้งหมด

กองทุนร่วม 5 เสือการยาง ดันราคาวิกฤตซ้ำ-สต๊อกท่วมตลาด-

17 พ.ย. 2560 | 07:00น.

สถานการณ์ยางพาราปะทุอีกครั้ง เมื่อตัวแทนสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.กองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ลงขันก่อตั้งร่วมกับ 5 บริษัทใหญ่ภาคเอกชนจำนวน 1,200 ล้านบาท รับซื้อยางไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส ประมูลซื้อยางเฉพาะกลุ่มตนเองและซื้อในพื้นที่ไม่ถูกต้อง 2.การเก็บยางในสต๊อกไม่ถูกวิธี และ 3.ความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อปุ๋ยให้กับเกษตรกรสูงกว่าราคาตลาดถึง 2 บาท/กก. และมีความล่าช้า จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯพิจารณาปลด นายธีธัช สุขสะอาด ออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ กยท.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ

ส่วนชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.ให้กองทุนรักษาเสถียรภาพยางพาราของบริษัท ร่วมทุนฯ ยกเลิกการเข้าซื้อยางและให้ กยท.เป็นผู้ดำเนินการเอง 2.เน้นการใช้ยางพาราในประเทศ 3.สั่งพักงานนายธีธัช

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนราคาตกต่ำจนเกษตรกรอยู่ไม่ได้แล้ว และได้บอกความจริงกับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯว่า ซึ่งการบริหารจัดการของ กยท.และบอร์ดบริหารชุดนี้ไร้คุณภาพ จึงนำเสนอให้ปลดทั้งชุด

การรุกของชาวสวนยางต่อนายธีธัชรวมถึงบอร์ด กยท. ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะมีการกระทบกระทั่งกันมาตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่นายธีธัชและบอร์ด กยท. ตัดสินใจเทขายยางในสต๊อก 3.1 แสนตันที่ซื้อมาตั้งแต่กลางปี 2555 มีการนำออกประมูลขายถึง 5 ครั้งโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของชาวสวนยาง ทำให้ราคายางจาก กก.ละ 100 บาทราคาไหลรูดลงตลอด

ต่อมา กยท.ตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด กับ 5 บริษัทเอกชนรายใหญ่เพื่อเข้าซื้อยางในตลาดกลาง 6 แห่งทั่วประเทศ ในขณะที่การเปิดประมูลยางช่วงต้นปีชาวสวนมองว่า เป็นการช่วยผู้ส่งออกได้มียางส่งมอบตามออร์เดอร์ที่ขายล่วงหน้า

นอกจากนี้ยังไม่พอใจที่ กยท.เก็บเงินค่าสงเคราะห์ยางที่ส่งออกหรือเงินเซสจาก กก.ละ 1.40 บาทเป็น 2 บาท ซึ่งชาวสวนยางมองว่าเก็บแพงเกินไป

จุดปะทุสุดท้ายคือ กองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของบริษัทร่วมทุนฯประมูลซื้อยางผ่านตลาดกลางแล้วกองไว้เต็มตลาดกลาง ทำให้การประมูลซื้อขายยางช่วงวันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย.ที่ผ่านมา ราคาร่วงลงถึง 6 บาท จาก กก.ละ 51.50 บาทเหลือ 46.50 บาท

หากพิจารณาถึงความก้าวหน้าของมาตรการต่าง ๆ ในการรักษาเสถียรภาพราคายาง หลายมาตรการยังย่ำอยู่กับที่ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนนายธีธัช ของบอร์ด กยท.ผลออกมาไม่ว่านายธีธัชจะผิดหรือไม่ผิด หรือประเมินผลงานผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ปัญหาหลักเบื้องต้นของยางไม่ได้หมดไป โดยเฉพาะการผลิตล้นตลาด

โดยคาดว่าปี 2560 ผลผลิตจะมากกว่าความต้องการ 5 หมื่นตัน และปี 2561 ผลผลิตจะมากกว่าความต้องการ 4.38 แสนตัน เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก

ดังนั้น เมื่อดีมานด์ซัพพลายไม่สมดุลกันย่อมส่งผลต่อเสถียรภาพราคา และดันราคาให้ดิ่งลงมากขึ้น