นับถอยหลังการเมืองไทย เลือกตั้งใหม่ หุ้นไทยไปทางไหนดี ?
บล.ฟิลลิป มองไตรมาส 4 ตลาดหุ้นไทยคึกคัก รับความหวังเลือกตั้งรอบใหม่ต้นปี 66 มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,700-1,730 จุดปลายปีนี้ แม้การเปลี่ยนแปลงมีความเป็นไปได้ แต่เชื่อการเก็งกำไรกลับเข้ามาได้เป็นระยะ
วันที่ 25 สิงหาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องกรณีนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรีรักษาการ” แทนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาในเดือน ก.ย. 65
โดยไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในทิศทางใด คาดว่าจะไม่กระทบต่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งใหญ่ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2 ของปี 2566 ส่วนการยุบสภาคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการประชุมเอเปคปลายปี 2565 และกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
โดยมองไตรมาส 4/65 ตลาดหุ้นไทยจะมีแนวโน้มคึกคักจากความหวังเลือกตั้งรอบใหม่ในต้นปี 66 คาดตลาดหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,700-1,730 จุด ปลายปีนี้ แม้ความเปลี่ยนแปลงระหว่างทางยังมีความเป็นไปได้ หากแต่เชื่อว่าการเก็งกำไรบนธีมเลือกตั้งจะกลับเข้ามาได้เป็นระยะ
สถิติผลตอบแทนตลาดหุ้น ‘ก่อน-หลัง’ เลือกตั้ง
ทั้งนี้ การเลือกตั้ง (election effect) ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยปรับขึ้นเฉลี่ย 4.73% ขณะที่การปรับตัวขึ้นในช่วง 1 เดือนก่อนการเลือกตั้งจะมีอัตราลดลง โดยปรับขึ้นเฉลี่ย 1.94% หลังจากนั้น election effect จะคงอยู่ไปถึงช่วง 1 เดือน หลังวันเลือกตั้ง โดย SET Index ยังคงปรับขึ้นราว 1.34%
กางหุ้นรับประโยชน์เลือกตั้ง
สำหรับหุ้นที่รับประโยชน์การเลือกตั้ง ประกอบด้วย 1.KTB 2.TTB 3.CPALL 4.SINGER 5.TK 6.MTC 7.BEC 8.ONEE 9.PLANB 10.ADVANC 11.TRUE 12.STEC 13.CK 14.SC และ 15.SIRI
