เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
ดูทั้งหมด

คปภ.ลุ้นศาลตัดสิน “สินมั่นคง” วาง 2 ทาง “เพิกถอน/คุ้มครองผู้เอาประกัน”

19 ต.ค. 2565 | 08:10น.
สินมั่นคง

สำนักงาน คปภ. วาง 2 แนวทางรับมือ กรณีศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำสั่ง “สินมั่นคงประกันภัย” ขอฟื้นฟูกิจการ 20 ต.ค.นี้ ลั่นหากศาลยกคำร้องจะสั่ง “หยุดรับประกันภัยชั่วคราว” ทันที พร้อมเดินหน้า “เพิกถอนใบอนุญาต” ส่วนกรณีศาลสั่งฟื้นฟูกิจการจะออกแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เอาประกัน

นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทถูกปรับกว่า 5 ล้านบาท พร้อมปรับรายวันอีก 2 หมื่นบาท ประวิงเวลาจ่ายเคลม เบี้ยรับหายกว่า 2 พันล้าน แม้จะยังรับประกันภัยอยู่

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ยังอยู่ระหว่างยื่นขอเข้าฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางนั้น

ศาลได้นัดฟังคำสั่งศาลในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ในเวลา 10.00 น. ซึ่งทางสำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลว่าจะออกมาในแนวทางใด พร้อมกับเตรียมการรับมือไว้ 2 แนวทาง

คือ กรณีที่ 1 หากศาลล้มละลายกลางยกคำร้องขอยื่นฟื้นฟูกิจการของ บมจ.สินมั่นคงประกันภัย และไม่ว่าทางสินมั่นคงประกันภัยจะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ อย่างไร แต่ทางสำนักงาน คปภ.ก็คงต้องดำเนินการโดยใช้มาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 52 ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550

โดยออกคำสั่งให้สินมั่นคงประกันภัยหยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราว

ตาราง แนวทางรับมือคำตัดสิน สินมั่นคงประกันภัย

และหลังจากนั้นก็จะใช้มาตรการสูงสุดตามมาตรา 59 คือ ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการประกันวินาศภัยต่อไป

ส่วนกรณีที่ 2 หากศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอยื่นฟื้นฟูกิจการของ บมจ.สินมั่นคงประกันภัย ทางสำนักงาน คปภ.ก็จะมีการยกร่างประกาศ คปภ.ขึ้นมา เป็นแผนปฏิบัติเพื่อคุ้มครองประชาชนผู้เอาประกันภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาสินมั่นคงประกันภัย ประสบภาวะขาดทุนจากการรับประกันภัยโควิด-19 แบบ “เจอ จ่าย จบ” โดยมีหนี้ค้างจ่ายเคลมสินไหมทดแทนสูงกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไปแล้ว โดยต่อมาศาลล้มละลายกลางได้กำหนดนัดไต่สวน 4 นัดคือ ในวันที่ 6, 9, 16 และ 20 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทางฝ่ายผู้คัดค้าน (เจ้าหนี้) ได้ดำเนินการสอบพยานเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้วในนัดที่ 3 หรือเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2565 จึงให้ยกเลิกการสืบพยานในวันที่ 20 ก.ย. 2565 ที่นัดไว้เดิม และกำหนดนัดฟังคำสั่งศาลในวันที่ 20 ต.ค. 2565 เวลา 10.00 น.

ขณะที่ล่าสุด คณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ได้มีมติเปรียบเทียบปรับ บมจ. สินมั่นคงประกันภัย เป็นจำนวน 3 คดี คิดเป็นวงเงินรวม 5,465,000 บาท อันเนื่องจากกระทำการประวิงการจ่ายสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด

ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2549 ข้อ 3 (5) มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 88 แห่ง พ.ร.บ.เดียวกัน

และไม่กระทำการแจ้งผลการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด เป็นความผิดตามมาตรา 37 (11) แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยของบริษัทประกันภัยวินาศภัย พ.ศ. 2559 ข้อ 8 (3) มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 88 แห่ง พ.ร.บ.เดียวกัน

โดยคดีแรกเปรียบเทียบปรับเป็นเงินรวม 1,655,000 บาท คดีที่สองเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,135,000 บาท และคดีที่สามปรับเป็นเงินอีก 1,675,000 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทยังไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้อง จึงให้เปรียบเทียบปรับรายวัน วันละ 20,000 บาท โดยให้ชำระค่าปรับทุก 30 วัน จนกว่าจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จ ซึ่งความคืบหน้าคดีนั้นอยู่ระหว่างการบังคับชำระค่าปรับ

แหล่งข่าววงการประกันวินาศภัยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ข้อมูลสิ้นเดือน ก.ค. 2565 พบว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมของสินมั่นคงประกันภัยหายไปแล้วกว่า 2,400 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นพอร์ตประกันรถยนต์ ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัท ทำให้ประเมินว่า จนถึงสิ้นปีนี้ แม้ว่าจะยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่เบี้ยรับรวมของสินมั่นคงประกันภัยน่าจะหายไป 4,000 ล้านบาท

“ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนผู้เอาประกันภัยขาดความเชื่อมั่น จึงไม่ต่ออายุสัญญา ทำให้เบี้ยจำนวนดังกล่าวจะกระจายไปในระบบ โดยวิ่งไปหาบริษัทประกันภัยที่มีชื่อเสียงและมีฐานะการเงินมั่นคงและแข็งแกร่งแทน” แหล่งข่าวกล่าว