กรุงศรี คาดกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 34.55-35.30 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.55-35.30 บาทต่อดอลลาร์ อาจพักตัวชั่วคราว

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรุงศรี มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (6-9 ธ.ค.) ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.55-35.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.76 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายช่วงกว้างระหว่าง 34.71-36.08 บาท/ดอลลาร์

เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 16 สัปดาห์ หลังนักลงทุนมองว่าดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใกล้ที่จะแตะจุดสูงสุดของวัฏจักรแล้ว ขณะที่ประธานเฟดระบุว่าเฟดอาจจะชะลอความเร็วในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. แม้เตือนว่าการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อจะยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ ตลาดสัญญาล่วงหน้าคาดว่ามีโอกาสราว 77% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 50bp สู่ 4.25-4.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. และตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ราว 5-5.25% ในช่วงครึ่งแรกของปี’66

นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 4,493 ล้านบาท และ 25,269 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่าเงินดอลลาร์อาจฟื้นตัวหลังจากอ่อนค่าลงมาเร็ว โดยในระยะสั้นราคาได้สะท้อนการคาดการณ์นโยบายเฟดและการทยอยคลายความเข้มงวดของมาตรการปลอดโควิดของจีนไปมากพอสมควรแล้ว อีกทั้งการเติบโตของค่าจ้างและภาคบริการสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง

“เราตีความท่าทีล่าสุดของประธานเฟดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการคุมเข้มนโยบายมากเกินไป (Overtighten) ว่าเป็นความพยายามสื่อสารว่าตลาดต้องรับมือกับนโยบายการเงินที่จะค้างไว้อยู่ที่ภาวะตึงตัวเป็นระยะเวลานาน โดยเฟดจะลดขนาดการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อที่จะไม่ต้องรีบปรับลดดอกเบี้ยลงในอนาคต”

สำหรับปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นดอกเบี้ยด้วยเสียงเอกฉันท์ โดยสนับสนุนการปรับดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาวอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจการเงินโลกที่สูงขึ้น แต่หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้ กนง.พร้อมที่จะปรับนโยบายให้เหมาะสม โดยภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน จะยังเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

“เรายังคงมองเช่นเดิมว่า กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.75% ในไตรมาสแรกของปีหน้า”