Skip to content

หุ้นโรงไฟฟ้า อัพไซด์ราคาพุ่งยกแผง กกพ.ประกาศผลประมูล

07 เม.ย. 2566 | 14:46น.
หุ้นโรงไฟฟ้า อัพไซด์ราคาพุ่งยกแผง กกพ.ประกาศผลประมูล

หุ้นโรงไฟฟ้า อัพไซด์ราคาส่วนเพิ่มพุ่งยกแผง หลังจาก กกพ.ประกาศผู้ชนะประมูล บล.กสิกรไทย ยก “SSP-GUNKUL” ดาวเด่น

วันที่ 7 เมษายน 2566 นายณัชพล โรจนโรวรรณ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศผลผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก 5,200 เมกะวัตต์ แต่มีการจัดสรรไปทั้งสิ้น 4,800 เมกะวัตต์ ซึ่งไม่เต็มเพราะโรงไฟฟ้า biogas และโรงไฟฟ้า biomass ไม่มีใครชนะประมูล

โดยจากการคาดการณ์ของฝ่ายวิจัย บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) จะได้รับการจัดสรรมากสุดในแง่จำนวนเมกะวัตต์ อยู่ที่ประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ รองลงมาเป็น บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) จำนวน 448 เมกะวัตต์ ตามมาด้วย บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ประมาณ 339 เมกะวัตต์

ถัดมาเป็น บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) จำนวน 171 เมกะวัตต์ ตามมาด้วย บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (ACE) จำนวน 112 เมกะวัตต์ และ บมจ.ราช กรุ๊ป (RATCH) ได้จำนวน 27 เมกะวัตต์ และ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) จำนวน 16 เมกะวัตต์ รวมไปถึง บมจ.บีซีพีจี (BCPG) อีกจำนวน 12 เมกะวัตต์ (ทั้งนี้เป็นข้อมูลประมาณการอาจยังไม่ทราบข้อมูลครบทั้งหมด 4,800 เมกะวัตต์)

โดยได้นำข้อมูลดังกล่าวมาจัดทำ sensitivity ในกรณีถ้าลงทุนในโครงการตามนั้นจริง ๆ ทั้งหมด ภายใต้ 5 สมมุติฐานหลักคือ 1.ใช้ DCF ประมาณ 25 ปี ในการประเมินมูลค่า 2.เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2025 3.ถือหุ้นในโครงการนั้น ๆ สัดส่วน 100% 4.หนี้สินต่อทุน (DE) ของโปรเจ็กต์นั้น ๆ อยู่ที่ 3 เท่า และ 5.อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ของโปรเจ็กต์อยู่ที่ 9%

ซึ่งเมื่อนำมาลองหาอัพไซด์ส่วนเพิ่มต่อราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 พบว่า GUNKUL จะมีอัพไซด์ส่วนเพิ่มจากราคาเป้าหมาย +24% (ราคาเป้าหมายเดิม 4.65 บาทต่อหุ้น) ถัดมาเป็น SSP +9% (ราคาเป้าหมายเดิม 12.2 บาทต่อหุ้น) ตามมาด้วย GULF +6% (ราคาเป้าหมายเดิม 54.5 บาทต่อหุ้น) และ BGRIM +3% (ราคาเป้าหมายเดิม 64.5 บาทต่อหุ้น) และ ACE +2.9% (ราคาเป้าหมายเดิม 3.76 บาทต่อหุ้น)

ในส่วน RATCH, GPSC, BCPG มีอัพไซด์ส่วนเพิ่ม +0.2-0.3% (ราคาเป้าหมายเดิม 45.5 บาทต่อหุ้น, 80 บาทต่อหุ้น, 16.7 บาทต่อหุ้น)

นอกจากนี้แต่ละบริษัทจะมีอัพไซด์ของกำไรรายปีด้วย โดยคิดเทียบประมาณการของปี 2023 โดยมากสุดคือ GUNKUL จะมีมีอัพไซด์กำไรรายปี +55% รองลงมาเป็น GULF +16% และ BGRIM +11% ถัดมาเป็น SSP +10% และ ACE +8.7% ส่วนที่เหลือ RATCH, GPSC, BCPG ประมาณรายละ +0.5%

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ชื่นชอบ SSP มากสุด เนื่องจากบนสมมุติฐาน DE ที่ 3 เท่า สามารถกู้เงินและมีเงินสดในมือเพื่อลงทุนรวมกันได้ 15,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2022)

โดยโปรเจ็กต์ที่ประมูลได้ต้องใช้เงินราว 5,000 ล้านบาท และมีโปรเจ็กต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ในต่างประเทศอีกประมาณ 150 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 8,000 ล้านบาท หรือเป็นการใช้เงินลงทุนรวมกันประมาณ 13,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการลงทุนทั้งหมด ดังนั้นหากนักลงทุนซื้อหุ้น SSP ดูน่าจะสบายใจ

เพราะ GUNKUL จะมีเงินในการลงทุนประมาณ 26,000 ล้านบาท แต่โครงการที่ประมูลได้ทั้งหมดต้องใช้เงินกว่า 29,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะไม่พอ แต่อย่างไรก็ตามโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ไม่ได้ลงทุนทันทีวันนี้เลย จะเป็นการค่อย ๆ ทยอยลงทุน และระหว่างลงทุนจะมีกำไรระหว่างปีเข้ามา ซึ่งน่าจะลงทุนได้ เพียงแต่จะค่อนข้างมีความท้าทายอยู่

ส่วน GULF ค่อนข้างมีขนาดใหญ่อยู่แล้ว แม้ได้รับการจัดสรรมากสุดในแง่จำนวนเมกะวัตต์ แต่อัพไซด์เมื่อเทียบกับ GUNKUL และ SSP ดูจะยังไม่น่าสนใจมากนัก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกพ. ซื้อขายหุ้น