หุ้น BCH-CHG รับอานิสงส์ สำนักงานประกันสังคม เพิ่มค่าหัวผู้ประกันตน 10% เป็น 1,808 บาทต่อผู้ประกันตนต่อปี “บล.ฟิลลิป” เชียร์เก็งกำไร ฟาก “บล.ฟินันเซีย ไซรัส” แนะนำ “ซื้อ” ด้าน BCH ปี 2565 รายได้ประกันสังคม 3,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ส่วน CHG มีรายได้ 2,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%
วันที่ 11 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2566 กำหนดอัตราค่าบริการเหมาจ่ายแก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในอัตรา 1,808 บาทต่อผู้ประกันตนต่อปี จากเดิม 1,640 บาทต่อผู้ประกันตนต่อปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2566 เป็นต้นไป (ไม่มีผลย้อนหลัง)
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานว่า การปรับขึ้นดังกล่าวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งส่งผลดีต่อ บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) ที่มีจำนวนผู้ประกันตนมากที่สุด รองลงมาได้แก่ บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) เบื้องต้นแนะนำกลยุทธ์ “เก็งกำไร” หุ้น BCH ราคาเป้าหมาย 22 บาท กับ 22.50 บาท และหุ้น CHG ราคาเป้าหมาย 3.78 กับ 3.90 บาท (ตามลำดับ)
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซัย ไซรัส รายงานว่า หุ้น BCH ที่แนะนำวันนี้เร่งขึ้น +2.4% หลัง สปส.ประกาศปรับเพิ่มค่าหัว 10% เป็น 1,808 บาทต่อผู้ประกันตนต่อปี ถือเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร มีแนวต้านหลัก ไฮเดิมรอทดสอบที่ 22 บาท แนะนำ “ซื้อ”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า BCH มีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 15 แห่ง และโพลีคลินิก 1 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดและใน สปป.ลาว ให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 4 กลุ่มโรงพยาบาล คือ
1.กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
2.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
3.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์
4.กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช ให้บริการครอบคลุมผู้ป่วยทุกกลุ่มตั้งแต่ผู้ป่วยทั่วไป ชาวต่างชาติ และผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม
ในปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,038 ล้านบาท โดยมีรายได้โครงการประกันสังคม จำนวน 3,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยในปี 2565 โรงพยาบาลในเครือมีโควตาผูู้ประกันตนตามโครงการประกันสังคม 1,514,550 ราย โดยมีผู้ประกันตนเฉลี่ยที่ลงทะเบียน 979,473 ราย เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปี 2564 ทำให้ BCH มีรายรับจากรายได้ค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว (Basic Capitation) เพิ่มขึ้น
ประกอบกับโรงพยาบาลในเครือได้ติดตามผู้ป่วยที่ชะลอการเข้ารักษาโรคซับซ้อน ที่ไม่เร่งด่วนเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น อาทิ การผ่าตัดที่เกิดจากอาการปวด การผ่าตัดโรคทางจักษุ รวมถึงการเปิดให้บริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่หลากหลาย ทำให้โรงพยาบาลในเครือมีความสามารถในการให้บริการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูงแก่ผู้ประกันตนได้เพิ่มขึ้น
ด้าน CHG ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน มีบริษัทย่อยจำนวน 11 บริษัท มีสาขาของโรงพยาบาลสถานพยาบาลและคลินิกในกลุ่มรวมทั้งหมด 14 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เขตประเวศ เขตลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และถนนเทพารักษ์ ถนนกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการครอบคลุม ไปถึงจังหวัดในภาคตะวันออก
ในปี 2565 มีกำไรสุทธิ 2,778 ล้านบาท โดยมีรายได้โครงการประกันสังคม 2,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น การกลับมารักษาของผู้ป่วยในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง