เปิดมุมมองลงทุน “Amundi” ครึ่งหลังปี 2566

Amundi

ส่องมุมมองลงทุน บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนอมุนดิ (Amundi) หรือ บลน.อมุนดิ ในช่วงครึ่งหลังปี 2566

“การลงทุนจะใช้วิธีหนีเซ็กเตอร์ไม่ได้แล้ว ต้องใช้วิธีหนีออกจากตลาดแทน เพราะดอกเบี้ยที่สูงจนเริ่มเห็นสัญญาณของเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะมีการชะลอตัว ทำให้ตลาดฝั่ง Developed Market ยังมีความเสี่ยง”

ประโยคของ “จอห์น โอ ทูลล์” หัวหน้าฝ่ายโซลูชันการลงทุนในกองทุนผสม บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนอมุนดิ (Amundi) กล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อเร็ว ๆ นี้

กระโดดหนีตลาดที่วุ่นวาย

โดย “จอห์น โอ ทูลล์” ฉายภาพว่า หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา ดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นเร็วและแรง ทำให้การลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นมาก เพราะผลตอบแทนทั้งตราสารหนี้และหุ้นต่างก็ติดลบ ฉะนั้นก็มีช่วงหนึ่งในการบริหารพอร์ตที่มีการเปลี่ยนไปลงทุนในกลุ่มพลังงาน แต่พอมาในปี 2566 ดอกเบี้ยก็ยังคงสูง จึงต้องปรับลดการลงทุนในตลาดหุ้นลงไปบางส่วน แต่เมื่อเห็นสัญญาณของเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะมีการชะลอตัวลง จึงมองว่าอาจใช้วิธีหนีเซ็กเตอร์ไม่ได้แล้ว ต้องใช้วิธีหนีออกจากตลาดแทน
นั่นก็คือ การหนีออกจากตลาดหุ้นสหรัฐมาตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งเอเซียเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ดี และค่อนข้างมั่นใจว่า 70% ของ Global Growth อยู่ในภูมิภาคเอเชียและในบางประเทศฝั่งเอเชีย ก็มีเงินเฟ้อที่ต่ำด้วย

ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าตลาดฝั่งพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ยุโรป อังกฤษ ทำผลงานได้ไหมค่อยดีนัก กลับกลายเป็นฝั่งตลาดเกิดใหม่ที่น่าสนใจและทำผลงานได้ดีกว่า ทั้งนี้ บลจ.อมุนดิ คาดว่าเป้าหมายดอกเบี้ย (Terminal Rate) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สูงสุดน่าจะอยู่ที่ 5.00-5.25% และในระยะยาวเชื่อว่าต้องมีการปรับลด แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะปรับลงได้เมื่อใด แต่คาดว่าน่าจะเป็นการค่อย ๆ ปรับลด ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็น่าจะเกิดขึ้น แต่จะหนักแค่ไหนคงตอบไม่ได้ อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะเงินเฟ้อที่สูงทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่กังวลตามมาก็คือผลกระทบในแง่สภาพคล่องของบริษัทต่าง ๆ

ชูจีน-บราซิล-แม็กซิโกเด่น

“จอห์น โอ ทูลล์” กล่าวอีกว่า การที่จีนกลับมาเปิดประเทศ และ ยังเป็นตลาดการบริโภคขนาดใหญ่ และที่สำคัญเงินเฟ้อรัฐบาลคุมได้จริง ๆ ฉะนั้นตรงนี้ คือข้อได้เปรียบ และจีนยังมีขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ที่ดี ก็จะส่งผลต่อการบริโภค การจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศให้ดีขึ้นด้วย
นอกจากจีน ก็มองเป็นบราซิลและแม็กซิโก เพราะบราซิลเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ และไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากเรื่องเศรษฐกิจถดถอย เพราะมองส่วนเศรษฐกิจถดถอยเป็นเรื่องของตลาดฝั่งที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วมากกว่า
ส่วนแม็กซิโกจะได้ประโยชน์จากกฎหมาย Inflation Reduction Act ของสหรัฐที่พยายามจะส่งเสริมเรื่องกระบวนทัศน์ใหม่ที่มีความยั่งยืน (Green transition) แปลว่าแม็กซิโกก็จะได้อานิสงส์จากตรงนี้ไปด้วย นอกจากนี้ ในกลุ่มทางอเมริกาเหนือดอกเบี้ยขึ้นสูงสุดไปแล้ว และตอนนี้ เริ่มลง ดังนั้นพอดอกเบี้ยลง เงินทุนก็ไหลเข้าไปมากขึ้น

"จอห์น โอ ทูลล์" หัวหน้าฝ่ายโซลูชันการลงในกองทุนผสม บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนอมุนดิ (AMUNDI)
“จอห์น โอ ทูลล์” หัวหน้าฝ่ายโซลูชันการลงในกองทุนผสม บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนอมุนดิ (AMUNDI)

จัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง

สำหรับนักลงทุนรายย่อยสิ่งสำคัญคือการกระจายความเสี่ยง และให้มองว่าการลงทุนคือระยะยาว โดยแนะนำว่าพอร์ตควรมีการปรับเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในพอร์ตก็แนะนำกระจายการลงทุนทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ ตราสารหนี้เอกชนและพันธบัตรรัฐบาล และควรกระจายการลงทุนในแง่ของตลาดเพื่อลดความเสี่ยง
ซึ่งถ้าดูจากพอร์ตการลงทุนพื้นฐานของทางอมุนดิจะเป็น 45% ในหุ้น 40% ในตราสารหนี้ และอีก 15% ในสินค้าโภคภัณฑ์และถือเงินสด ซึ่งตอนนี้ก็เเนะนำให้ถือเงินสดด้วยจะดีมากเพราะในสถานการณ์ที่ปกติยิ่งเก็บเงินสดมูลค่ายิ่งเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ก็มีในส่วนที่ไม่ค่อยแนะนำแต่ไม่ได้หมายถึงห้ามลงทุน แต่ต้องใช้ความระมัดระวังหรือถ้ามีในพอร์ตก็ควรที่จะกระจายออก เช่น หุ้น ไฮยิลด์บอนด์ ส่วนตัวสินค้าโภคภัณฑ์เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างผันผวนสูง ยกเว้นทองคำที่สามารถลงทุนได้ในภาวะตลาดตอนนี้

เป้าหมาย TOP5 ของโลกในปี 2568

ปัจจุบัน บลจ.อมุนดิ เป็นอันดับ 1 ของผู้จัดการสินทรัพย์ในยุโรปและเป็น TOP10 ของโลก ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) อยู่ที่ 2 ล้านล้านยูโร ซึ่งในอนาคตก็ตั้งเป้าหมายที่จะขยับขึ้นไปเป็น TOP5 ของโลกให้ได้ภายในปี 2568 ดังนั้น AUM ก็จะต้องขยับขึ้นไปอยู่ที่ 500 พันล้านยูโร


นอกจากนี้ เป้าหมายหลักของบริษัทคือการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยรายบุคคลเป็นหลัก ดังนั้น ในการบริการพอร์ตเราจึงมองว่าเงินลงทุนเป็นเงินสะสมในระยะยาวไม่ใช่แค่การสร้างผลตอบแทนสูง ๆ ในระยะสั้นเท่านั้น