คลัง ลดเงินสมทบบริษัทกลาง 3 ปี บรรเทาธุรกิจประกันภัย หลังอ่วมโควิด

คปภ. โควิด

คปภ. ยกร่างประกาศกระทรวงการคลัง ลดเงินสมทบบริษัทกลาง 3 ปี จากระดับ 12.25% เหลือแค่ 6% ของเบี้ย พ.ร.บ.ที่ได้รับแต่ละไตรมาส ตั้งแต่เดือน ต.ค. 66-ก.ย. 69 เพื่อช่วยบรรเทาธุรกิจประกัน หลังอ่วมจ่ายเคลมโควิด

วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เผยแพร่ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินสมทบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (ฉบับที่…) พ.ศ. …

ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินสมทบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ลงวันที่ 26 เมษายน 2553 ซึ่งกำหนดอัตราเงินสมทบไว้เป็นอัตรา 12.25% เพื่อให้ภาระค่าใช้จ่ายของบริษัทประกันวินาศภัยลดลง อันเป็นการช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพและศักยภาพของบริษัทประกันวินาศภัย ประกอบกับประมาณการฐานะการเงินของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ยังคงมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนในระดับที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินการตามภารกิจที่กฎหมายกำหนด

โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 10 ทวิ วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 ประกอบมาตรา 3 (3) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติม

– ให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินสมทบให้แก่บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นรอบ 3 เดือน ในอัตราดังต่อไปนี้

– สำหรับการจ่ายเงินสมทบรอบเดือน ต.ค. 2566 ถึงรอบเดือน ก.ย. 2569 ให้นำส่งในอัตรา 6% ของเบี้ยประกันภัยที่ได้รับจากผู้เอาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

– สำหรับการจ่ายเงินสมทบรอบเดือน ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ให้นำส่งในอัตรา 12.25% ของเบี้ยประกันภัยที่ได้รับจากผู้เอาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

“การคำนวณเบี้ยประกันภัยที่ได้รับจากผู้เอาประกันภัยตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำเบี้ยประกันภัยที่เกิดขึ้นในรอบ 3 เดือนใดแม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบ 3 เดือนนั้นมารวมคำนวณเป็นเบี้ยประกันภัยของรอบ 3 เดือนนั้น”