ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินมาตรการแก้หนี้เรื้อรังของ ธปท.กระทบกำไรระบบธนาคารพาณิชย์ราว 4.3-4.7 พันล้านบาท หรือประมาณ 2% และ NIM 0.02-0.03% แนะรัฐบาลใหม่เร่งแก้หนี้ครู-ข้าราชการ เผยเป็นหนี้ก้อนใหญ่-แก้ยาก มีสัดส่วน 9.5% ของจีดีพี และหนี้ AMC มียอดคงค้างเพิ่มสุทธิ 1.3 แสนล้านบาท ควรมีมาตรการเข้ามาดูแล
วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวทางการแก้หนี้ครัวเรือนยั่งยืน โดยเฉพาะมาตรการการแก้หนี้เรื้อรัง ซึ่งจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 12% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25%
ประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรของระบบธนาคารพาณิชย์ราว 2% หรือ 4.3-4.7 พันล้านบาท และกระทบอัตราส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ราว 0.02-0.03% ภายใต้คาดการณ์หนี้กลุ่มเรื้อรังรุนแรง (Severe Persistent Debt) หรือ Severe PD อยู่ที่ 0.19-0.23% ของสินเชื่อรวม

อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ที่ต้องการเข้าร่วมมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง จำเป็นต้องเตรียมตัวผ่อนชำระต่อเดือนในจำนวนที่สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะการจะต้องปิดหนี้ภายใน 4 ปีนั้น แม้ว่าจะลดดอกเบี้ยลงแล้วก็ต้องจ่ายค่างวดเพิ่มเพื่อให้จบหนี้ได้ เช่น หากเป็นหนี้เฉลี่ย 69,000 บาท ค่างวดเดิมอยู่ที่ 1,438 บาท ซึ่งทุก ๆ 10% ของดอกเบี้ยที่ลดลงตามสัญญาใหม่ อาจจะทำให้ยอดผ่อนเพิ่ม 24.6% ของยอดผ่อนเดิม หรือเพิ่มขึ้นราว 351 บาทต่องวด
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯประเมินว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะอยู่ในกรอบ 88.5-91.0% จากระดับ 90.6% ณ ไตรมาสที่ 1/2566
อย่างไรก็ดี แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้หนี้ใหม่ชะลอ และหนี้เดิมลดลงเร็วกว่าเดิม แต่คาดว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะยังคงไม่ลดลงไปแตะเข้ากรอบที่ระดับ 80% ภายในระยะ 5 ปีนี้ เนื่องจากอัตราการเติบโตของหนี้ครัวเรือนจะต้องไม่เกินระดับ 3% ต่อปี แต่ที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของหนี้ครัวเรือนเฉลี่ย 4-5% และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ Nominal Rate จะต้องอยู่ที่ 5.5%
ขณะเดียวกัน หนี้ที่ศูนย์วิจัยฯให้ความเป็นห่วง ซึ่งเป็นหนี้ก้อนใหญ่ และเป็นหนี้แก้ยาก คือ หนี้ครู และข้าราชการ มีสัดส่วนถึง 10.5% ของหนี้ครัวเรือน และคิดเป็น 9.5% ของจีดีพี โดยหนี้ครูมีประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท และหนี้ข้าราชการตำรวจราว 2.7 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องแก้ไขแบบบูรณาการจากทุกหน่วยงาน เพราะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขเป็นระบบ เช่น กรมตำรวจ สหกรณ์ กรมศึกษาธิการ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีหนี้ของบริษัท บริหารสินทรัพย์ (AMC) และหลุดการดูแลของสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่าปีนี้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของระบบธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ 3% เนื่องจากมีการบริหารจัดการหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ และตัดขายหนี้ให้ AMC ซึ่งมีทั้งหนี้รายย่อยและหนี้ธุรกิจรายย่อย ดังนั้น ทำให้หนี้ยังอยู่ แต่ไปอยู่กับ AMC โดยตัวเลขมูลหนี้คงค้างปัจจุบันเพิ่มขึ้นราว 1.3 แสนล้านบาท จากช่วงก่อนโควิด-19 อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท และปัจจุบันมาอยู่ที่ราว 4 แสนล้านบาท
“รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ก้อนใหญ่อื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนและยังไม่ได้รับการดูแล โดยหนี้ที่เรายังให้ความเป็นห่วง และเป็นหนี้ก้อนใหญ่ หนี้แก้ยาก คือ ครู และข้าราชการ มีสัดส่วนถึง 10.5% ของหนี้ครัวเรือน และคิดเป็น 9.5% ของจีดีพี รวมถึงหนี้ของ AMC ที่เพิ่มขึ้นสุทธิหลักแสนล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ยังอยู่ในระบบ และมีทั้งหนี้ครัวเรือน และธุรกิจ ซึ่งยังไม่ได้มีมาตรการแก้หนี้หรือช่วยกลุ่มนี้เท่าที่ควร”