แบงก์คุมคุณภาพสินเชื่อปี’69 ปล่อยกู้ ‘รถ’ ประคองตัว-‘บ้าน’ ยังไม่ฟื้น
สินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเช่าซื้อรถ ถูกจับตามาอย่างต่อเนื่องในเรื่องคุณภาพหนี้ จนทำให้ธนาคารพาณิชย์ชะลอปล่อยกู้ และเข้มงวดการพิจารณาสินเชื่อ สำหรับปี 2569 นี้ ล่าสุด “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ประเมินว่า ในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ จะเป็นการประคองตัวตามยอดขายรถใหม่ แต่ยังคุมเข้มคุณภาพสินเชื่อ
โดยยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ เม.ย. 2569 ยังคงลดลง 8.2% ต่อปี (YOY) แม้ว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศในช่วง 4 เดือนแรกของปี เติบโตสูงถึง 15.0% YOY ขณะที่ทิศทางในช่วงที่เหลือของปี 2569 กำลังซื้อรถยนต์ใหม่ในประเทศอาจมีข้อจำกัดมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ประกอบกับสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่มีศักยภาพทางการเงิน ทำให้ยอดสินเชื่อใหม่ไม่เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดรถ
ด้านคุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อ มีแนวโน้มประคองตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการพิจารณาสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบตามหลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ควบคู่กับการดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการปรับลดลงติดต่อกัน 4 ไตรมาสที่ผ่านมา ของสัดส่วนหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention หรือ Stage 2 : ค้างชำระ 31-90 วัน) และสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
อย่างไรก็ดี คุณภาพสินเชื่อยังคงเป็นประเด็นที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญในการติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึงและความไม่แน่นอนจากปัจจัยแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าภาพรวมธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2569 ยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยมียอดคงค้างสินเชื่อที่ระดับประมาณ 7.11 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 7.2% แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ลดลง 9.9% YOY
ด้านสินเชื่อบ้านปี 2569 “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” วิเคราะห์ว่า อาจฟื้นช้า ท่ามกลางกำลังซื้อที่เปราะบาง โดยแม้ข้อมูลล่าสุด สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในระบบธนาคารพาณิชย์ พลิกกลับมาขยายตัว 1.0% YOY ในเดือน มี.ค.-เม.ย. 2569 จากติดลบมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 แต่ภาพดังกล่าวต้องตีความอย่างระมัดระวัง เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นผลจากเปรียบเทียบที่ฐานต่ำของช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งผู้ที่ต้องการซื้อบ้านบางส่วนชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอความชัดเจนของมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ของทางการ
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณารายละเอียดของสินเชื่อปล่อยใหม่ จะพบว่า แรงส่งของ Post-Financing อาจจะยังไม่ได้สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่อย่างชัดเจนทั้งหมด เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อรีไฟแนนซ์ของลูกหนี้เดิม ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 35.2% ของสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งหมดในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 โดยการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรีไฟแนนซ์สะท้อนว่า การขยายตัวของสินเชื่อบ้านบางส่วนเป็นการย้ายสถาบันการเงินหรือปรับโครงสร้างภาระหนี้ของลูกหนี้เดิม มากกว่าการเกิด Demand ใหม่จากผู้ซื้อที่อยู่อาศัย
ขณะเดียวกัน อัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV ที่ชะลอลง ทั้งในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และสูงกว่า 10 ล้านบาท ยังสะท้อนว่า สถาบันการเงินมีความระมัดระวังมากขึ้นในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ ซึ่งทำให้แรงส่งจากสินเชื่อใหม่มีข้อจำกัดสำหรับลูกหนี้บางกลุ่มด้วยเช่นกัน
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ประเมินว่า ภาพรวมทั้งปี 2569 สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยของระบบแบงก์ไทยอาจไม่ขยายตัว โดยคาดการณ์ในกรอบ -0.5% ถึง 0.0% เทียบกับ -0.5% ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะหากกำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ยังถูกกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตชะลอลง