Skip to content

CIMBT เผยลูกค้ารายใหญ่แห่ซื้อกิจการต่างประเทศ กำดีล 3 ราย

08 ส.ค. 2566 | 15:04น.
CIMBT เผยลูกค้ารายใหญ่แห่ซื้อกิจการต่างประเทศ กำดีล 3 ราย

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ปักหมุดหนุนลูกค้ารายใหญ่ลงทุนต่างประเทศ เผยมีดีลซื้อกิจการ M&A 2-3 ดีล มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ ดันพอร์ตคงค้างสิ้นปี’66 แตะ 1 แสนล้านบาท จากมีอยู่ 6.6 หมื่นล้านบาท ด้านลงทุนในประเทศยังขยายตัวต่อ แม้มีปัจจัยการเมือง เหตุนักลงทุนปรับแผนไว้รองรับอยู่แล้ว หนุนสินเชื่อทั้งปีโต 11%

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 นายวัธว์ ธนิตติราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธุรกิจและธุรกรรมการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากกลยุทธ์ “ASEAN Reach” สนับสนุนลูกค้าขยายการเติบโตในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง พบว่า ลูกค้ารายใหญ่มีแผนการขยายการลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) และตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับในประเทศที่ยังขยายตัวจำกัดมีการเติบโตจีดีพีอยู่ที่ 3.3% เทียบกับ เวียดนาม จีดีพีขยายตัว 8% หรือกัมพูชา 5% เป็นต้น

สำหรับรูปแบบการลงทุนในตลาดต่างประเทศ จะมีอยู่หลัก 3 รูปแบบ คือ 1.นำสินค้าไปขายในตลาดต่างประเทศ 2.การร่วมมือกับพันธมิตร (Partnership) ในการจัดตั้งบริษัทใหม่ หรือร่วมทุน (Joint Venture) และ 3.การซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการ (M&A)

ซึ่งหากดูสัญญาณจะพบว่ารูปแบบลูกค้าที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบ M&A ที่มีมูลค่าดีลเฉลี่ยตั้งแต่ 100-1,000 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกิจที่ได้รับความนิยมในการลงทุน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เกษตรแปรรูป พลังงาน และปิโตรเคมี เป็นต้น

CIMBT

ปัจจุบันธนาคารมีดีลที่อยู่ระหว่างการเจรจาในการซื้อกิจการ หรือ M&A ในปีนี้ราว 2-3 ดีล มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างธุรกิจต่างประเทศ (offshore loan outstanding) ภายในสิ้นปี 2566 ใกล้เคียงระดับ 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับพอร์ตสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท

“จุดแข็งเรา คือ ความรู้ และเครือข่ายที่แข็งแรงกว่า 14 ประเทศ ทำให้สามารถชัพพอร์ตลูกค้าไปลงทุนในต่างประเทศได้ดี เพราะอุปสรรคของการลงทุนในต่างประเทศ คือ กฎกติกาของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน สภาวะตลาดการแข่งขัน ซึ่งแต่ละประเทศจะมีเจ้าภาพอยู่แล้ว หรือพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะมีการใช้สกุลเงินแตกต่างกัน ซึ่งเรามีความเชี่ยวชาญตรงนี้ ทำให้พอร์ตเราขยายตัวได้ดี”

ส่วนแนวโน้มสินเชื่อรายใหญ่ในประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปีนี้ธนาคารตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้างภายในสิ้นปี 2566 อยู่ที่ 8.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 11% จากปี 2565 ที่มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ราว 7.3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนหนึ่งมาจากผู้ประกอบการได้มีการปรับแผนและพิจารณาปัจจัย (Price in) เหล่านี้อยู่แล้ว ประกอบการนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะมีการพิจารณาปัจจัยเศรษฐกิจ ทั้งในเรื่องของนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ โครงสร้างภาษี ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ

ขณะที่คุณภาพสินเชื่อ หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ธนาคารพยายามบริหารจัดการให้อยู่ในระดับเดิม โดยปัจจุบันอยู่ที่กว่า 2% ซึ่งเป็นหนี้เอ็นพีแอลเก่าที่ค้างมานาน อย่างไรก็ดี ธนาคารมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว โดยมีคณะกรรมการคัดกรองสินเชื่อ และเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมในการเติบโต

“เราให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพสินเชื่อ เพราะลูกค้ารายใหญ่เวลาเสียหายจะค่อนข้างมูลค่าสูง ซึ่งเรามีหนี้เสียอยู่ 2% แต่เป็นหนี้ที่เกิดปัญหาค้างเก่าที่พยายามแก้ไข โดยวิธีการลดเอ็นพีแอล คือ เราจะต้องทำให้พอร์ตใหม่ไม่มีหนี้เสีย ปล่อยสินเชื่อน้ำใหม่มากขึ้น และเรียกหนี้เสียคืนกลับมา โดยเราก็มีเป้าหมายในใจในการลด”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT)