กรุงศรีฯ คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 35.00-35.75 บาทต่อดอลลาร์ รอถ้อยแถลงประธานเฟด จับตาโหวตนายกฯ เอฟเฟ็กต์ฟันด์โฟลว์
วันที่ 21 สิงหาคม 2566 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรีมีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (21-25 ส.ค.) ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.00-35.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 35.40 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 35.26-35.60 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐแตะจุดสูงสุดรอบ 14 ปี โดยยอดค้าปลีกเดือน ก.ค.ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แบบจำลอง GDPNow ของเฟดสาขา Atlanta คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจขยายตัวสูงถึง 5.8% ในไตรมาส 3 หลังการเปิดเผยข้อมูลที่สดใส นอกจากนี้ รายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 25-26 ก.ค. ระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดเลิกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 4,305 ล้านบาท และขายพันธบัตร 13,096 ล้านบาท โดยมีตราสารหนี้ครบอายุ 3,712 ล้านบาท ทางด้านธนาคารรัฐของจีนขายเงินดอลลาร์เพื่อพยายามชะลอการอ่อนค่าของค่าเงินหยวน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรง
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ระบุว่า ตลาดจะติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดวันที่ 25 ส.ค. ในงานสัมมนาธนาคารกลางที่เฟดเป็นเจ้าภาพที่เมือง Jackson Hole เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย
ถึงแม้การจ้างงานสหรัฐกำลังชะลอตัวลง และอาจจำกัดการปรับขึ้นค่าจ้างในระยะถัดไป ขณะที่เงินออมส่วนเกินกำลังใกล้จะหมดลง แต่เราคาดว่าเฟดอาจจะยังคงใช้เวทีนี้สื่อสารว่าเงินเฟ้อมีความเสี่ยงด้านสูง ซึ่งจะหนุนแรงส่งเชิงบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ต่อไปในระยะนี้
อนึ่ง นักลงทุนจะจับตาการประเมินของผู้ดำเนินนโยบายต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่เร่งตัวขึ้นในช่วงนี้
สำหรับประเด็นในประเทศมองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับการเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ทางด้านรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ระบุว่า กนง.ประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายเข้าใกล้ระดับที่เหมาะสม โดย กนง.เห็นพ้องว่าดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สะสมความเปราะบางต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในอนาคตได้
นอกจากนี้ กรุงศรีฯคาดว่าการโหวตเลือกนายกฯอาจส่งผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินบาทเช่นกัน