Skip to content

ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์พุ่ง คาดเฟดคงดอกเบี้ยสูง

28 ก.ย. 2566 | 19:30น.
ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์พุ่ง คาดเฟดคงดอกเบี้ยสูง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า บอนด์ยีลด์พุ่ง คาดเฟดคงดอกเบี้ยสูง เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป หากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวลง

วันที่ 28 กันยายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีมรา 28 กันยายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/9) ที่ระดับ 36.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/9) ที่ระดับ 3652/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก หลังดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 106.67 ขานรับคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

โดยนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกนเชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งคำกล่าวของนายไดมอนสอดคล้องกับเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย เช่น นางมิเชล โบว์แมน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกบอร์ดผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ และนางซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟด สาขาบอสตัน ซึ่งกล่าวสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากเงินเฟ้อยังคงไม่ชะลอตัวลง

อย่างไรก็ดี นักลงทุนจับตาความคืบหน้าของสภาคองเกรสในการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว ซึ่งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 30 ก.ย. ก็จะทำให้มีการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือชัตดาวน์ในวันที่ 1 ต.ค. ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.65-36.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.76/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกันยายน 2566 ซึ่งสะท้อนควาเชื่อมั่นเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคบริการ เนื่องจากมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในฐานะเมืองรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในภาคการลงทุนในอนาคตที่ดีขึ้นจากการขยายการลงุนเพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ อยู่ที่ระดับ 72.4

อย่างไรก็ตามศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 3.0% จากเดิม 3.6% เนื่องจากปัจจัยลบที่สำคัญ คือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 2/66 ชะลอตัวกว่าที่คาด, มูลค่าการส่งออกของไทยยังปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาด นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณปี 2567 รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในปี 66 ยังมีปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นผลดีจากมาตรการวีซ่าฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถานเป็นการชั่วคราว 5 เดือน, การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้น, การนำเข้าสินค้าลดลง และรัฐบาลชุดใหม่ที่มีมาตรการเร่งด่วนออกมาช่วยเหลือประชาชน

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.50% ว่า หอการค้าฯยังไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว เพราะไทยถือว่ามีอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำ หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยของไทยกับต่างประเทศไม่ห่างกันมากนัก และเป็นการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของไทย ซึ่งช่วงที่ผ่านมา เงินบาทมีการอ่อนค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/9) ที่ระดับ 1.0510/14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/9) ที่ระดับ 1.0557/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0489-1.0534 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0534/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/9) ที่ระดับ 149.46/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/9) ที่ 149.18/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงค่าเงินถึง 3 ครั้ง เพื่อชะลอการอ่อนค่าของค่าเงินเยน

โดยหากค่าเงินเยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเกิน 150 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตลาดอาจคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.19-148.63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.27/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของยูโรโซน (28/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (28/9) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2566 (ขั้นสุดท้าย) สหรัฐ (28/9), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (29/9), อัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือน ก.ย.ของยูโรโซน (29/9), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ส.ค. สหรัฐ (29/9) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (29/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.00/-9.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.50/-6.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ