THREL รายได้เบี้ยประกันชีวิตไตรมาส 3/66 แตะ 871 ล้าน เติบโต 15%

ไทยรีประกันชีวิต

ไทยรีประกันชีวิตไตรมาส 3/2566 มีกำไร 30 ล้านบาท รายได้เบี้ยประกันภัยต่อสุทธิแตะ 871 ล้านบาท เติบโต 15% งานประกันสุขภาพขยายตัวดีต่อเนื่อง Combined Ratio อยู่ที่ระดับ 98% ผลคุมเข้มคุณภาพงานปิดความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้น ส่งซิกเดินหน้าผนึกความร่วมมือพันธมิตรขยายฐานลูกค้าในประเทศ พร้อมลุยตลาดกลุ่มอาเซียน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY)

โดยมีกำไรจากการรับประกันภัย 15 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมอยู่ที่ 981 ล้านบาท เติบโตกว่า 25% โดยเป็นเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 871 ล้านบาท เติบโต 15% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของกลุ่มงานประกันสุขภาพทั้งแบบรายบุคคลและแบบรายกลุ่ม ซึ่งเติบโตดีต่อเนื่องตามภาพรวมอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 21 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจากปีก่อน แต่เผชิญกับสภาพตลาดเงินตลาดทุนที่ค่อนข้างผันผวน ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย 857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YOY ซึ่งเกิดจากค่าสินไหมทดแทนรวมเพิ่มขึ้น 114 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยปะกันที่เพิ่มขึ้น

ส่งผลให้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 48 ล้านบาท ลดลง 66% YOY โดยมีสาเหตุ กำไรจากการรับประกันภัยต่อ ขาดทุนจำนวน 20 ล้านบาท หรือลดลง 118% YOY โดยบริษัทมีเบี้ยประกันภัยต่อรับรวม 2,647 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% โดยเป็นเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเติบโตอยู่ที่ 2,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เป็นผลมาจากการเติบโตของกลุ่มงานประกันสุขภาพทั้งแบบรายบุคคลและแบบรายกลุ่ม

Advertisment

สำหรับค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 2,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 17% จากค่าสินไหมทดแทนรวม เพิ่มขึ้น 272 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนการเข้ารักษาพยาบาลสะสมและอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2566 และเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น และค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท

โดยเกิดจาก Profit Commission ที่สูงขึ้นตามเงื่อนไขผลกำไรจากการรับประกันงานประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ และเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทยังคงรักษาอัตรา Combined Ratio (COR) ให้อยู่ในระดับที่ยังยอมรับได้ราว 98%

นายสุทธิกล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดบริษัทเร่งเดินหน้าผนึกความร่วมมือพันธมิตรขยายฐานลูกค้าภายในประเทศ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ ตอบสนองความต้องการลูกค้าแบบเฉพาะรายบุคคลได้อย่างลงตัวมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เบื้องต้นมั่นใจช่วงโค้งสุดท้ายของปีเติบโตสดใสต่อเนื่อง หนุนภาพรวมเบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตกว่า 10% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้าที่ 4-5%

Advertisment