เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

กสิกรไทย เผยตลาดลงทุนทั่วโลกติดลบในรอบ 100 ปี จ่อคุย ก.ล.ต.ผุดกองทุนปั้นยีลด์

09 พ.ย. 2566 | 17:04น.
กสิกร

เคแบงก์ ไพรเวตแบงกิ้ง เผยดอกเบี้ยสูง-เศรษฐกิจชะลอ-สงคราม ทำตลาดการลงทุนผันผวนกดผลตอบแทนทั่วโลกติดลบในรอบ 100 ปี ชู สินทรัพย์นอกตลาดเสริมแกร่งผลตอบแทน จ่อคุย ก.ล.ต.ออกกองทุนที่มีสภาพคล่อง สกัดอุปสรรคการลงทุน คาดออกได้ปี’67 ประเมินผลตอบแทนปี’67 น่าจะกลับมาบวกได้ 3-4% จากปีนี้ทรงตัว 0%

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดการลงทุนในปี 2565 ค่อนข้างท้าทายและมีความผันผวนสูง จะเห็นว่าผลตอบแทนในตลาดออกมาแย่ที่สุดในรอบ 100 ปี และต่อเนื่องมาถึงปี 2566

โดยจะเห็นว่าจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันไปฝากเงินแทนสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มดังกล่าว คาดว่าสินทรัพย์นอกตลาด (Private Asset) จะเข้ามาเป็นตัวเสริมของการสร้างผลตอบแทน

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

เนื่องจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่บางรายไม่ได้อยู่ในตลาดทั้งหมด จึงจำเป็นต้องหาตัวที่มีความน่าสนใจในการลงทุน โดยจากตัวเลขมูลค่ากองทุนสินทรัพย์นอกตลาดทั่วโลกมีสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าภายใน 1-2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 18 ล้านดอลลาร์ดอลลาร์

จึงเป็นโอกาสอย่างมาก ขณะเดียวกัน หากย้อนดูผลตอบแทน (Yield) ของสินทรัพย์นอกตลาด จะพบว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 15-18% และย่อตัวลงในช่วงโควิด-19 อยู่ที่ 12-15% แต่ถือว่ายังดีอยู่ ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูง (HNWs) ในการลงทุนเพื่อให้ถึงเป้าหมาย

อย่างไรก็ดี การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน เนื่องจากมีหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างเข้มงวด และเป็นการลงทุนระยะยาวเฉลี่ย 5-7 ปี หรือ 10-12 ปี ไม่สามารถซื้อขายได้ทุกวัน

ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มองว่ามีความเสี่ยงสูง โดยในส่วนของลูกค้า HNWs ของธนาคารมีอยู่ราว 1.2 หมื่นราย คาดว่าจะเข้าถึงสินทรัพย์นอกตลาดประมาณ 10-12% หรือประมาณ 1,200 ราย

อย่างไรก็ดี ตอนนี้ธนาคารกำลังอยู่ระหว่างพูดคุยและหารือกับ ก.ล.ต.ในเรื่องการเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายสินทรัพย์นอกตลาดให้มากขึ้น โดยจะออกกองทุนที่มีสภาพคล่องมากขึ้น และสามารถซื้อขายได้ 4 ครั้งต่อปี เบื้องต้นแนวทางจะเป็นการซื้อกองทุนในตลาดรองที่มีอายุ 5 ปี และบวกอีก 2 ปี จากเดิมจะเป็น 10 ปี และบวกอีก 2 ปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกกองได้ในปี 2567

“ในช่วงที่ผ่านมาเราเป็นรายแรกที่นำโปรดักต์กองทุน Private Asset จากต่างประเทศเข้ามาขอจดทะเบียนในประเทศไทยกับ ก.ล.ต. โดยลูกค้าสามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 ล้านบาท เฉลี่ยมูลค่ากองละ 100-200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งที่ผ่านมาเราขายมาแล้วประมาณ 4-5 กอง มูลค่ารวมกว่า 500-600 ล้านดอลลาร์

ถือว่าไม่เยอะมากเพราะปัญหาจากเกณฑ์ที่กำหนดให้ล็อกการลงทุนจาก 5-7 ปี เป็น 10-12 ปี ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน แต่เรากำลังอยู่ระหว่างขอ ก.ล.ต.ในการออกโปรดักต์ให้มีสภาพคล่องสูงขึ้น น่าจะได้เห็นประมาณปี’67 แต่โดยปกติเราจะออกขายกองทุน Private Asset เฉลี่ยปีละ 1-2 กองทุน”

นายจิรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ของ Kbank Private Banking ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท โดยผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมานั้น ในช่วง 10 ปีแรกมีผลตอบแทนมากกว่าเงินสดเฉลี่ย 2-3% ซึ่งบางช่วง 5-7% หรือ 3-4% และในช่วง 2 ปีหลังในปี 2565-2566

ตลาดมีความท้าทายทำให้ผลตอบแทนติดลบ 3-5% แต่ในส่วนของธนาคารคาดว่าปีนี้ผลตอบแทนจะทรงตัวอยู่ที่ 0% อย่างไรก็ดี ในปี 2567 คาดว่าภาพรวมของผลตอบแทนน่าจะดีขึ้นเฉลี่ย +3-4% จากภาวะตลาดและการมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดของธนาคาร

โดยการจัดพอร์ตการลงทุนในปีนี้ จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พอร์ตหลัก (Core Port) จากภาวะตลาดที่มีความผันผวนจะเห็นการถือเงินสดมากขึ้น จากเดิมจะลงทุนในสัดส่วน 40-50% เพิ่มมาเป็น 70% ซึ่งที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจะสูงกว่าเงินฝากประมาณ 0.30-1.00% ต่อปี และ 2.การลงทุนทางเลือก สัดส่วนประมาณ 15% จะลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และ 3.สินทรัพย์ผลตอบแทนสูง

“ปีนี้คาดว่าผลตอบแทนจะติดลบ หรือทรงตัว เพราะตลาดหุ้นมีความผันผวน และดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางที่สูงและค้างนาน ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุน ซึ่งการเพิ่ม AUM จะมาจาก 2 ส่วน คือ การอัพเกรดของลูกค้าที่เฉลี่ยมีประมาณ 10-15% ต่อปี และการเพิ่มแชร์เงินในกระเป๋าของลูกค้า โดยเราจะต้องเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้ลูกค้าด้วย”

นายจิรวัฒน์กล่าวอีกว่า จากการศึกษาผลสำรวจของ ลอมบาร์ด โอเดียร์ ล่าสุด จากความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก โดยถามความคิดเห็นผู้มีสินทรัพย์สูงมากกว่า 460 รายทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกใน 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย ฟิลิปปินส์ ไต้หวันและออสเตรเลีย

ในหัวข้อ The long game : Understanding APAC HNWI’s goals เพื่อเข้าใจถึงความต้องการ และ เป้าหมายที่แท้จริงในระยะยาวของผู้มีสินทรัพย์สูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากสภาพอัตราดอกเบี้ยสูง การเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่งผลให้ผู้มีสินทรัพย์สูงต้องหันกลับมาพิจารณาเป้าหมายที่แท้จริงของการบริหารจัดการความมั่งคั่ง

โดยผลสำรวจพบว่า ผู้มีสินทรัพย์สูงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีความสนใจในหุ้นนอกตลาด 60% ต้องการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเห็นว่ามีการเก็งกำไรมากไปในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้จะเห็นว่า 7 หมื่นครอบครัว จะมีสินทรัพย์ราว 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่กำลังจะถูกโอนไปยังรุ่นต่อไป

โดยในจำนวนดังกล่าวพบว่ามีเม็ดเงินจากทั่วโลกราว 5 ล้านล้านดอลลาร์ จะไหลไปลงทุนในตลาดที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และคาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต ทำให้การจัดพอร์ตการลงทุนแบบเดิมจะไม่ตอบโจทย์