ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า ตลาดจับตาตัวเลข PCE คืนนี้

ดอลลาร์
ภาพ : pixabay

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/1) ที่ระดับ 34.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/11) ที่ระดับ 34.82/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2566

โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวที่ระดับ 5.2% ซึ่งเป็นการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 โดยการขยายตัวดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 4.9% และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.0%

ซึ่งการขยายตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 3 ได้รับแรงนุนจากการลงทุนของภาคเอกชน และการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยในคืนนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือน ต.ค.ของสหรัฐ ในคืนวันนี้ (30/11)

นอกจากนี้ นักลงทุนเทน้ำหนักในการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. 2566 ม.ค. 2567 และ มี.ค. 2567 ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน พ.ค. 2567 และ มิ.ย. 2567 โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 95.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 12-13 เดือน ธ.ค. 2566

สำหรับปัจจัยในประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ต.ค.ปี 2566 อยู่ที่ระดับ 89.38 หดตัวร้อยละ 4.29 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่คาดการณ์หดตัวร้อยละ 2.50 เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวช้า ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจีนยังไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2567 คาดว่าจะเติบโตที่ระดับ 3.8% (รวมผลจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต) ลดลงจากประมาณการเดิมที่ประเมินไว้ที่ระดับ 4.4 % นั้น ส่วนหนึ่งมาจากเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทย อาจจะน้อยกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เลื่อนเวลาออกไปช้ากว่าสมมติฐานเดิม

รวมทั้งจำนวนเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการเปลี่ยนไป ซึ่งทำให้โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ยังมีความไม่แน่นอนทั้งรูปแบบ และกระบวนการ อย่างไรก็ตาม กนง.คาดว่าในช่วง และกระบวนการ อย่างไรก็ตาม กนง.คาดว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 และ 2568 มีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างสมดุลขึ้น จากอุปสงค์ในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคส่งออก

ทั้งนี้ ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในระยะต่อไปคือ ปี 2567 และ 2568 มีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างสมดุลขึ้น จากอุปสงค์ในประเทศ การท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของภาคส่งออก ทั้งนี้ ในระหว่างวัน บาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.82-35.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/) ที่ระดับ 1.0976/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/11) ที่ระดับ 1.0971/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำนักงานสถิติเยอรมนีเปิดเผยยอดค้าปลีกของเยอรมนีเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ในเดือน ต.ค.

โดยปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.1% จากเดือน ก.ย. ขณะที่โพลสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีจะปรับตัวขึ้นที่ระดับ 0.4% ในเดือน ต.ค. ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0922-1.0982 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0921/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/11) ที่ระดับ 147.13/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/11) ที่ระดับ 147.52/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในวันนี้ (30/11) เปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.0% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.8%

อยางไรก็ตาม ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.2% ในเดือน ต.ค.เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 5.9% โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.85-147.25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.10/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหภาพยุโรป (30/11), ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) ของสหรัฐเดือน ต.ค. (30/11), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) ของสหรัฐ (30/11), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) ของสหรัฐเดือน ต.ค. (30/11), ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากสถาบัน Caixin (1/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต (PMI) ของสหรัฐ (1/12)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.1/-9.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.0/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ