ราคาทองวันนี้ (20 ก.พ. 67) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 35,050 บาท

ราคาทอง
อัพเดตวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 16:03 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำวันนี้ (20 ก.พ. 2567) ดีดขึ้น 200 บาท เปรียบเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ โดยราคาขายออกทองรูปพรรณ อยู่ที่ 35,050 บาท ตามข้อมูลล่าสุด จากเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 16.03 น.ที่ผ่านมา

ทองคำแท่งในประเทศ ราคารับซื้ออยู่ที่บาทละ 34,450 บาท ขายออกที่ราคาบาทละ 34,550 บาท ตามประกาศครั้งที่ 3 ของวันนี้

สำหรับทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 33,837.12 บาท และมีราคาขายออกที่ 35,050 บาท ทั้งนี้ ในส่วนของราคาทองคำโลก (Gold Spot) อยู่ที่ระดับ 2,023.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

สรุปราคาทองคำ วันที่ 20 ก.พ. 2567

ประกาศครั้งที่ 3

ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 34,450 บาท
• ขายออก บาทละ 34,550 บาท

ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 33,837.12 บาท
• ขายออก บาทละ 35,050 บาท

ประกาศครั้งที่ 2

ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 34,400 บาท
• ขายออก บาทละ 34,500 บาท

ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 33,776.48 บาท
• ขายออก บาทละ 35,000 บาท

ประกาศครั้งที่ 1

ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 34,350 บาท
• ขายออก บาทละ 34,450 บาท

ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 33,731. บาท
• ขายออก บาทละ 34,950 บาท

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายรวมในตลาดทองคำของประเทศไทย อยู่ที่มากกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อวัน โดยถือเป็นมูลค่าการซื้อขายอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน

สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในปีนี้ ระยะสั้นมองว่ายังเป็นการแกว่งตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดเดิมของเดือน ธ.ค. 2566 ที่ระดับ 1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มมีสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายช้าลง จากเดิมที่ตลาดคาดว่าจะลดลงไตรมาสแรก ออกไปเป็นไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ทองคำได้รับแรงกดดัน

โดยภาพระยะยาวในปี 2567 มองแนวรับแรกไว้ที่โซน 1,902-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของเดือน ก.ค. 2566 และเดือน ก.ย. 2566 ตามลำดับ) และแนวรับถัดไปในโซน 1,804-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าแนวรับแรกราคามีโอกาสยืนได้

โดยมองว่าช่วงครึ่งหลังของปีจะกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวก และหากราคาปรับตัวผ่านระดับ 2,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากทำระดับสูงสุดใหม่ขึ้นไปได้ รอบนี้แนวต้านถัดไปมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึงบริเวณ 2,200-2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์