“ดร.จิติพล” นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25%

“ดร.จิติพล” นักเศรษฐศาสตร์อิสระชี้ กนง.มีมติเสียง 7:0 ลดดอกเบี้ย 0.25% พร้อมเผยผลกระทบตลาดเงิน-ตลาดทุน

วันที่ 10 เมษายน 2567 ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักเศรษฐศาสตร์อิสระ กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้ (10 เม.ย.) ฟันธงว่า กนง.จะมีมติเสียง 7:0 ลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งอาจจะทำให้เห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นมาเล็กน้อย จากระดับ 36.3 บาท เป็น 36.6 บาท แต่คงไม่น่าจะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเดิมที่ 36.8 บาท

ทั้งนี้ อาจจะมีคำถามต่อมาว่า ลดดอกเบี้ยรอบนี้แล้วจะจบเลยหรือไม่ ถ้าเกิดมีแนวโน้มน่าจะลดดอกเบี้ยต่อ พวกตัวแปรทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน เช่น ระดับเงินเฟ้อปรับลง, ตัวเลข GDP ของไทยปรับลดลงอีก อาจจะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ปรับลงต่อได้ ซึ่งตอนนี้บอนด์ยีลด์ไทยรุ่นอายุ 2 ปี อยู่ที่ 2.19% มองว่าปรับตัวลงมาได้เต็มที่อยู่ที่ระดับ 2-1.75%

ฝั่งตลาดหุ้นมีแรงบวกเข้ามาผสม และคาดว่าน่าจะทำให้ดัชนี SET สามารถปรับตัวบวกขึ้นไปได้ดีกว่าเดิม ปัจจุบันยืนเหนือ 1,400 จุด ดังนั้น น่าจะมีลุ้นขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 1,425-1,430 จุด ในอนาคตข้างหน้านี้

แต่ถ้าผลการประชุม กนง.ออกมาไม่ลดดอกเบี้ย จะมีดาวน์ไซด์อยู่เล็กน้อย พวกแรลลี่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็อาจจะปรับตัวลง เช่น หุ้นอาจจะโดนเทขายทำกำไรออกมา ส่วนบอนด์ยีลด์คงที่ หรือปรับสูงขึ้นเล็กน้อย และค่าเงินบาทไม่อ่อนค่า

Advertisment

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ลดดอกเบี้ยต้องมีเหตุผลที่ว่าประมาณการตัวเลข GDP ของไทยต้องดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือถ้ายังไม่แย่ลง หรือไม่ปรับตัวเลขเศรษฐกิจลง ก็จะไม่ต่างจากกรณีแรก เพราะแค่เรื่องของไทม์มิ่ง คือจะไปลดดอกเบี้ยครั้งหน้า หรือว่าช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 แทน

“กนง.ชุดนี้กำหนดนโยบายมาตลอด คือการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเท่านั้น ส่วนเรื่องของทิศทางเงินเฟ้อ หรือเงินทุนไหลออกเป็นเรื่องรองลงมา เพราะยังไม่เคยเห็นการแอ็กชั่นเรื่องเงินเฟ้ออย่างจริงจัง ทั้งที่ลงมาตั้งนานแล้ว แต่ยังขึ้นดอกเบี้ยสวนขึ้นไป ส่วนการเคลื่อนย้ายเงินทุนก็ไหลออกมานานหลายปีแล้ว อ้างไม่ได้แล้ว โดยการขึ้นดอกเบี้ยที่ผ่านมาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้าง คือตั้งใจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อให้หนี้ครัวเรือนลดลง แต่ก็ไม่ลด กลายเป็นเพิ่ม NPL ซะมากกว่า”