Skip to content

ปี 2568 รัฐ-เอกชน บูรณาการ แก้หนี้ยั่งยืน SMEs

27 ธ.ค. 2567 | 07:24น.
ปี 2568 รัฐ-เอกชน บูรณาการ แก้หนี้ยั่งยืน SMEs
คอลัมน์ : Smart SMEs
ผู้เขียน : สิทธิกร ดิเรกสุนทร 
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ตลอดปี 2567 ปัญหาหนี้ธุรกิจคือโจทย์ใหญ่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทำอย่างไรให้ลูกหนี้ธุรกิจสามารถเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ให้ได้มากที่สุดตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยปลดล็อกให้สามารถทำธุรกิจได้ต่อไป และช่วยลูกหนี้ให้กลับมาใช้สินเชื่อในระบบได้อีก แนวคิดนี้นำไปสู่มาตรการความช่วยเหลือทางการเงินต่าง ๆ ของสถาบันเงินตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

มาตรการที่ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในมุมมองของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. จากการเปิดใช้มาตรการช่วยลูกหนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลดีคือ การช่วยประคับประคอง “ลูกหนี้” ด้วยมาตรการชำระหนี้ที่ผ่อนคลาย

บสย.ซึ่งมีบทบาท “ค้ำประกันสินเชื่อ” ภาคธุรกิจ ช่วยธนาคารลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ และช่วยให้ SMEs ได้วงเงินสินเชื่อตามที่ต้องการ วงเงินค้ำ 40-100 ล้านบาท มาตรการแก้หนี้ที่สถาบันการเงินของรัฐดำเนินการตลอดปี 2567 เป็นมาตรการที่ช่วย SMEs ได้มากที่สุด บสย.เป็นหน่วยงานแรก ๆ ที่ริเริ่มโครงการแก้หนี้ “บสย.พร้อมช่วย” ช่วยลูกหนี้ที่ บสย.ค้ำประกัน และเป็น NPL จากสถาบันการเงิน เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้กับ บสย. โดยใช้หลักการชำระหนี้ ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

ที่ผ่านมาโปรแกรมที่ลูกหนี้ให้ความสนใจคือ ดอกเบี้ย 0% ตัดเงินต้น ช่วยลูกหนี้ค้ำประกันแล้วถึง 17,934 ราย โดย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ช่วยไปแล้ว 3,482 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 10,718 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 33 ปีของ บสย.

โครงการปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้โมเดลของ บสย.ยังได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงิน ว่าเป็นโครงการที่ช่วยปลดหนี้ SMEs ที่มีประสิทธิภาพ จากจำนวนลูกหนี้ที่ไม่เคยติดต่อกลับมายัง บสย. เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวมากขึ้นทุกปี ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ต้องการให้ธุรกิจของตัวเองได้ไปต่อ

โดยโมเดลนี้ได้ขยายผลการปรับโครงสร้างหนี้ไปยังกลุ่มสถาบันการเงิน โดยเฉพาะโปรแกรมดอกเบี้ย 0% และตัดเงินต้น ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้ที่ยังต้องการทำธุรกิจต่อ กลับมาเข้าโครงการจำนวนมาก และเป็นผลสำเร็จของมาตรการที่ช่วยทั้งลูกหนี้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs

ปี 2568 รัฐบาลยังเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญกับนโยบายแก้หนี้ SMEs โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจเดินหน้ามาตรการแก้หนี้ต่อไป ขณะที่ บสย.ที่ริเริ่มโครงการช่วยลูกหนี้ค้ำประกัน ได้ขยายเวลามาตรการปรับโครงสร้างหนี้ “บสย.พร้อมช่วย” อีก 1 ปี ถึง 31 ธ.ค. 2568 ด้วยโปรแกรมปรับโครงสร้างหนี้ที่ช่วยให้ลูกหนี้ปลดล็อกได้เร็วขึ้น ตามความสามารถในการชำระหนี้ 3 ระดับ (ม่วง เหลือง เขียว) อาทิ ตัดเงินต้นเพิ่มเป็น 50% จากเดิมตัดเงินต้น 20% และสามารถปลดหนี้ ลดต้น 10% ขยายระยะเวลาผ่อนจาก 5 ปี เป็น 7 ปี กรณีปลดหนี้ ลดเงินต้นตั้งแต่ 10-15%

เพื่อขยายความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ต่อเนื่องตลอดปี 2568 การจับมือร่วมกับภาคเอกชนเป็นอีกบทบาทหนึ่งของ บสย. ขยายความช่วยเหลือ SMEs มากขึ้น ทั้งให้คำปรึกษาการเข้าถึงสินเชื่อและด้านการบริหารหนี้ ด้วยโครงการนำร่อง ร่วมกับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ช่วยผู้ประกอบการ SMEs พ่อค้า แม่ค้า ที่เข้ามาใช้บริการในโลตัส

เริ่มตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. 2568 ณ ห้างโลตัส 12 จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของแต่ละภาค คิกออฟแห่งแรกที่โลตัส บางแค ในวันที่ 7-9 ม.ค. 2568 จากนั้นจะเดินสายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนผ่าน LINE OA : @tcgfirst หรือลงทะเบียนที่บูทกิจกรรม “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย”

ส่วน SMEs ที่ต้องการขอสินเชื่อในปี 2568 บสย.เตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อโครงการ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” กว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ SMEs และกลุ่มเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน

อย่าลืมนะครับ ปี 2568 ลูกหนี้ SMEs ที่เป็น NPL สามารถเข้าร่วมโครงการปรับปรุงหนี้ ร่วมกับ บสย.ได้ทั้งปี เพื่อเพิ่มทางรอดให้ SMEs ที่กำลังต้องการฟื้นธุรกิจ รวมถึงลูกหนี้ธนาคาร โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐที่เตรียมมาตรการช่วยเหลือตลอดทั้งปี เพื่อให้ลูกหนี้ที่เป็นฐานรากได้แข็งแกร่ง และพร้อมเดินหน้าในปี 2568 อย่างมั่นใจ โดยมีหน่วยงานรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในการแก้หนี้ เพื่อธุรกิจที่แข็งแรงและยั่งยืนครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SMEs ลูกหนี้ แก้หนี้