Skip to content

คลัง เตรียม 3 มาตรการอุ้ม SMEs ยันรัฐเตรียม 4.5 หมื่นล้าน รับมือภาษีทรัมป์

24 ก.ค. 2568 | 16:49น.
คลัง เตรียม 3 มาตรการอุ้ม SMEs ยันรัฐเตรียม 4.5 หมื่นล้าน รับมือภาษีทรัมป์

คลังเตรียมอัด 3 มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีสู้พิษภาษีทรัมป์ อัดงบประมาณ-ซอฟต์โลน-แก้หนี้-เสริมสภาพคล่อง ยันรัฐบาลมีงบฯ 4.5 หมื่นล้าน รับมือผลกระทบ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand SMART SME 2025 ภายใต้หัวข้อ “Smart Solutions & Sustainable Growth” ซึ่งจัดโดยโพสต์ทูเดย์ ร่วมกับ SME D Bank และ AIS ว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีสัดส่วนต่อ GDP ราว 35% แม้มีจำนวนมาก แต่โอกาสเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ยังต่ำ ขณะที่มีการล้มหายและเกิดใหม่ในอัตราสูง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและการแข่งขันสูงขึ้น

โดยเอสเอ็มอีไทยยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มจากกติกาการค้าที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะกรณีการเก็บภาษีสินค้านำเข้าโดยสหรัฐ ซึ่งไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจาภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ถึง 1 สิงหาคมนี้ โดยยืนยันว่า “ทีมไทยแลนด์” จะใช้เวลาที่เหลืออย่างเต็มที่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และมุ่งสู่แนวทาง Win-Win หากจำเป็นต้องเสียเปรียบก็จะพยายามให้ได้น้อยที่สุด

“อย่าเพิ่งถอดใจ เหมือนฟุตบอลที่ยังไม่จบครึ่งหลัง เราอาจกลับมาทำแต้มได้ การเจรจาอาจช้ากว่าประเทศอื่น แต่เราต้องได้ดีลที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงเสร็จเร็ว” นายลวรณกล่าว

สำหรับผลกระทบต่อเอสเอ็มอีที่อาจตามมาจากต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันภายในประเทศจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐ โดยยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมมาตรการดูแลไว้ครบถ้วนใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

1.งบกระตุ้นเศรษฐกิจและงบประมาณปี 2569

  • งบกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 20,000 ล้านบาท จากงบฯกลางปี 2568
  • งบประมาณปี 2569 ที่จะเริ่มใช้ 1 ตุลาคมนี้ อีก 25,000 ล้านบาท
  • พร้อมเสริมบทบาทของ SME D Bank ให้ดำเนินการเชิงรุกในการเข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น

2.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และค้ำประกันสินเชื่อ

  • ซอฟต์โลนจากธนาคารออมสิน วงเงินรวม 200,000 ล้านบาท เปิดให้เอสเอ็มอีติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อได้แล้ว
  • บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการ PGS11 วงเงิน 50,000 ล้านบาท
  • เตรียมโอนหนี้เสียไปยัง AMC (บริษัทบริหารสินทรัพย์) เพื่อช่วยให้ระบบธนาคารปล่อยกู้ใหม่ได้คล่อง
  • ปรับเกณฑ์เครดิตบูโร โดยจะลดระยะเวลาพิจารณาประวัติจาก 36 เดือนเหลือ 6 เดือน เพื่อให้ SMEs ที่เคยมีประวัติเสียสามารถเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น

3.กลไก Venture Capital (VC)

  • SME D Bank จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงปล่อยกู้ แต่เข้าไปเสริมองค์ความรู้
  • เป็นมิติใหม่ที่รัฐสนับสนุนเอสเอ็มอีแบบ “ลงเรือลำเดียวกัน” และจะทยอยถอนตัวเมื่อผู้ประกอบการมีความแข็งแรง
  • กระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนกลไก VC ทั้งด้านงบประมาณและการกำกับทิศทาง

“รัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการ หากเอสเอ็มอีโต เศรษฐกิจไทยก็จะโตตามไปด้วย” ปลัดคลังกล่าว