คลังเตรียมอัด 3 มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีสู้พิษภาษีทรัมป์ อัดงบประมาณ-ซอฟต์โลน-แก้หนี้-เสริมสภาพคล่อง ยันรัฐบาลมีงบฯ 4.5 หมื่นล้าน รับมือผลกระทบ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand SMART SME 2025 ภายใต้หัวข้อ “Smart Solutions & Sustainable Growth” ซึ่งจัดโดยโพสต์ทูเดย์ ร่วมกับ SME D Bank และ AIS ว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีสัดส่วนต่อ GDP ราว 35% แม้มีจำนวนมาก แต่โอกาสเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ยังต่ำ ขณะที่มีการล้มหายและเกิดใหม่ในอัตราสูง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและการแข่งขันสูงขึ้น
โดยเอสเอ็มอีไทยยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มจากกติกาการค้าที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะกรณีการเก็บภาษีสินค้านำเข้าโดยสหรัฐ ซึ่งไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจาภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ถึง 1 สิงหาคมนี้ โดยยืนยันว่า “ทีมไทยแลนด์” จะใช้เวลาที่เหลืออย่างเต็มที่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และมุ่งสู่แนวทาง Win-Win หากจำเป็นต้องเสียเปรียบก็จะพยายามให้ได้น้อยที่สุด
“อย่าเพิ่งถอดใจ เหมือนฟุตบอลที่ยังไม่จบครึ่งหลัง เราอาจกลับมาทำแต้มได้ การเจรจาอาจช้ากว่าประเทศอื่น แต่เราต้องได้ดีลที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงเสร็จเร็ว” นายลวรณกล่าว
สำหรับผลกระทบต่อเอสเอ็มอีที่อาจตามมาจากต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันภายในประเทศจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐ โดยยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมมาตรการดูแลไว้ครบถ้วนใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
1.งบกระตุ้นเศรษฐกิจและงบประมาณปี 2569
- งบกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 20,000 ล้านบาท จากงบฯกลางปี 2568
- งบประมาณปี 2569 ที่จะเริ่มใช้ 1 ตุลาคมนี้ อีก 25,000 ล้านบาท
- พร้อมเสริมบทบาทของ SME D Bank ให้ดำเนินการเชิงรุกในการเข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น
2.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และค้ำประกันสินเชื่อ
- ซอฟต์โลนจากธนาคารออมสิน วงเงินรวม 200,000 ล้านบาท เปิดให้เอสเอ็มอีติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อได้แล้ว
- บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการ PGS11 วงเงิน 50,000 ล้านบาท
- เตรียมโอนหนี้เสียไปยัง AMC (บริษัทบริหารสินทรัพย์) เพื่อช่วยให้ระบบธนาคารปล่อยกู้ใหม่ได้คล่อง
- ปรับเกณฑ์เครดิตบูโร โดยจะลดระยะเวลาพิจารณาประวัติจาก 36 เดือนเหลือ 6 เดือน เพื่อให้ SMEs ที่เคยมีประวัติเสียสามารถเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น
3.กลไก Venture Capital (VC)
- SME D Bank จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงปล่อยกู้ แต่เข้าไปเสริมองค์ความรู้
- เป็นมิติใหม่ที่รัฐสนับสนุนเอสเอ็มอีแบบ “ลงเรือลำเดียวกัน” และจะทยอยถอนตัวเมื่อผู้ประกอบการมีความแข็งแรง
- กระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนกลไก VC ทั้งด้านงบประมาณและการกำกับทิศทาง
“รัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการ หากเอสเอ็มอีโต เศรษฐกิจไทยก็จะโตตามไปด้วย” ปลัดคลังกล่าว