เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนค่า นักลงทุนกังวลสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา

24 ก.ค. 2568 | 18:14น.
ค่าเงินบาท

บาทอ่อนค่า นักลงทุนกังวลสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/7) ที่ระดับ 32.12/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/7) ที่ระดับ 32.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์ยังคงปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่อง วานนี้ (23/7) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงวิพากษ์วิจารณ์นายเจอโรม พาวเวลล์ จากการที่เฟดยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ไม่ได้เอ่ยปากไล่นายเพาวเวลล์ตามที่เคยปฏิบัติมา นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวในวันพรุ่งนี้ (24/7) ว่า รัฐบาลของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่รีบร้อนที่จะเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่เพื่อมาแทนที่นายพาวเวลล์ ทั้งนี้วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของนายพาวเ;ลล์จะสิ้นสุดลงในเดือน พ.ค. 2569 แต่เขายังคงสามารถดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการเฟดจนถึงเดือน ม.ค. 2571 และยังไม่มีท่าทีที่จะลาออกก่อนหมดวาระ

ด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองลดลง 2.7% สู่ระดับ 3.93 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.00 ล้านยูนิต โดยเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านทรงตัวในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ ราคาเฉลี่ยของบ้านเพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 435,300 ดอลลาร์ อีกทั้งในส่วนของสมาคมธนาคารเพื่อการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 0.8% ในสัปดาห์ที่แล้ว แม้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวขึ้น โดยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 3% ในสัปดาห์ที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (24/7) มีรายงานว่า เกิดการปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระหว่างวันให้ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาด เนื่องจากผู้ลงทุนเกิดความกังวลในความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นเกี่ยวกับดินแดนที่เป็นข้อพิพาท

ด้านนายพูนพงศ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน มิ.ย. 2568 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 28,649 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 15.5% จากที่ตลาดคาดการณ์ราว 18-19% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 27,588 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.1% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,061 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรก การส่งออกมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 166,851 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 166,914 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 11.6% ขยายตัว 11.6% ส่งผลให้ขาดดุลการค้ารวม 62.2 ล้านดอลลาร์

โดยปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกในเดือน มิ.ย. มาจากการเร่งส่งออก เนื่องจากประเทศคู่ค้าเร่งสต๊อกสินค้าก่อนที่มาตรการปรับขึ้นภาษีศุลกากรจากสหรัฐ จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ, แรงส่งต่อเนื่องจากการส่งออกสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญ เช่น ผลไม้, มันสำปะหลังและน้ำตาลทราย

ผู้อำนวยการ สนค.ยอมรับว่า การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินบาทที่แข็งค่า แต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปีนี้ จะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะขยายตัวได้ 2-3% ทั้งนี้ หากจะทำให้การส่งออกของไทย เป็นไปตามเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้ 2-3% นั้น ในช่วง 6 เดือนที่เหลือจะต้องมีมูลค่าการส่งออกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 23,300-23,800 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สหรัฐได้รับข้อเสนอจากไทยแล้วเกือบทั้งหมด โดยสหรัฐระบุคำอธิบายหรือข้อเสนอที่เกี่ยวกับนโยบายที่ต้องการตอบกลับมาบ้าง ซึ่งไทยจะนำกลับมาพิจารณาว่าทำได้หรือไม่อย่างไร พร้อมคาดหวังว่าไทยจะได้ระดับภาษีที่สามารถแข่งขันในระดับอาเซียนได้ เนื่องจาก หลายประเทศได้ราว 19-20% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.11-32.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/7) ที่ระดับ 1.1770/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/7) ที่ระดับ 1.1725/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ (24/7) หลังปรับลดติดต่อกันถึง 7 ครั้ง จากเดิม 4% สู่ 2% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เร่งตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อกลับมาอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% และคาดว่าจะทรงตัว แต่ความไม่แน่นอนด้านการค้ากับสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ECB ต้องรอดูท่าที

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และสหภาพยุโรป (EU) ยังคงสร้างความกังวลให้กับผู้กำหนดนโยบาย โดย ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอียูสูงถึง 30% ซึ่งสูงกว่ากรณีเลวร้ายที่สุดที่ ECB ประเมินไว้เมื่อเดือนก่อน ส่งผลให้นายคริสติน ลาการ์ด และคณะกรรมการนโยบายจำเป็นต้องทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของยูโรโซน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากนักการทูตว่า สหรัฐและอียูกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้าที่อาจกำหนดภาษีสินค้านำเข้าในวงกว้างเพียง 15% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดกังวลก่อนหน้านี้ แต่ยังสูงกว่าฐานคาดการ์เดิมที่ 10% นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันยังคงมองต่างมุม ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.756-1.1780ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1756/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/7) ที่ระดับ 146.44/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/7) ที่ระดับ 146.41/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มอีก หลังจากที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มคลี่คลายลงแล้ว จากการที่บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐได้ แม้ว่ามาตรการดังกล่าวยังคงสร้างแรงกดดันต่อภาคธุรกิจอยู่มาก

อย่างไรก็ดี นายโยชิโนบุ ซึสึอิ ประธานสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น กล่าวว่า การเจรจาอย่างต่อเนื่องให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า พร้อมเสริมว่า สมาพันธ์ให้ความชื่นชมอย่างสูงต่อผลลัพธ์ของข้อตกลงที่เกิดขึ้น ด้าน S&P Global เปิดเผยผลสำรวจว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของญี่ปุ่นขั้นต้นในเดือน ก.ค. ปรับตัวลงสู่ระดับ 48.8 โดยกลับเข้าสู่ภาวะหดตัวที่ระดับ 50.1 ในเดือน มิ.ย. โดยมีสาเหตุหลักจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐ

ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นขยายตัวสู่ระดับ 53.5 ในเดือน ก.ค. โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศ การเติบโตของภาคบริการช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้น ทรงตัวอยู่ที่ 51.5 ในเดือน ก.ค.เท่ากับเดือนก่อนหน้า ผลสำรวจชี้ว่า ดัชนีย่อยภาคการผลิตด้านผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่หดตัวรุนแรง สะท้อนความกังวลของภาคธุรกิจต่อผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 145.86-146.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 146.52/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน มิ.ย.จากเฟดชิคาโก, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ก.ค. จาก S&P Global, ยอดขายบ้านใหม่เดือน มิ.ย. รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ก.ค. จาก HCOB ของอียู, เยอรมนี และฝรั่งเศส, ดัชนี PMI ภาคกาคผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ก.ค.จาก S&P Global ของอังกฤษ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.จาก GfK ของเยอรมนี และการประชุมนโยบายการเงินของ ECB

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.0/-5.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ