KKP ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ดีกว่ากรณีเลวร้ายสุด คาดเร่งส่งออกก่อนเส้นตาย 7 ส.ค.
ทรัมป์
ดร.พิพัฒน์ KKP ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ออกมาดีกว่ากรณีเลวร้ายสุด คาดผู้ประกอบการเร่งส่งออกก่อน 7 ส.ค. ห่วงท่องเที่ยวฉุดจีดีพีหนักกว่าส่งออก-เคสยิงที่ อ.ต.ก. ยิ่งซ้ำเติม มองนโยบายการเงินต้องมีบทบาทช่วยเศรษฐกิจมากขึ้น-การคลังต้องกระตุ้นเฉพาะกลุ่ม
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า กรณีสหรัฐประกาศเก็บภาษีไทยที่ 19% ถือว่าดีกว่าคาด อย่างน้อยก็สอดคล้องกับประเทศอื่นในภูมิภาค คือไทยไม่ได้เสียเปรียบการแข่งขันกับประเทศเหล่านี้ ขณะที่สินค้าสวมสิทธิ์จะถูกเก็บอัตรา 40% ซึ่งคิดว่าหลังจากนี้คงมีเกณฑ์รายละเอียดออกมา โดยสินค้าไทยเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกเฝ้าระวัง ดังนั้น ต้องระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นจะโดน 40% อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าไทยเอาอะไรไปแลกบ้าง ซึ่งคงต้องรอฟังจากนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ชี้แจงในรายละเอียด
“ผมว่าในภาพรวม ขจัดภาวะ Overhang ขจัดความไม่แน่นอนออกไปได้มาก แต่ทั้งนี้ ภาษีที่โดน 19% ก็สูงกว่าเดิม เพราะเดิมคือ 0% ดังนั้น จะกระทบในแง่ดีมานด์ต่าง ๆ อยู่แล้ว โดยผลกระทบต่อจีดีพี ผมว่าไม่น่าจะลบมาก แต่จะแย่กว่าเดิมที่ไม่มีภาษีอยู่แล้ว ซึ่งเรามองว่าปีนี้จีดีพีไทยจะโต 1.6% ส่วนปีหน้า 1.5% เพราะผลกระทบจะเห็นชัดในปลายปีนี้ต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า เนื่องจากตอนนี้ถ้าใครมีของเหลืออยู่ในโกดังก็ต้องรีบส่งไปขายให้หมด เพราะส่งวันนี้ยังโดนภาษี 10% แต่ส่งหลังวันที่ 7 ส.ค. จะโดนภาษี 19%”
สำหรับการดำเนินนโยบายการเงินการคลังในระยะต่อไป เนื่องจากแม้ว่าเรื่องภาษีที่ออกมาจะดูเป็นข่าวดี แต่ก็คือดีจากกรณีเลวร้ายสุด คือไม่ได้แย่ที่สุด ดังนั้น คงไม่ได้มีโมเมนตัมทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตได้ดี เพราะตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โชว์ให้ดู ก็ยังเห็นการชะลอตัวต่อเนื่อง ดังนั้น นโยบายการเงินก็ต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งเรื่องแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ส่วนคลังก็ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายต่อไป โดยต้องเร่งเบิกจ่าย และมองในระยะข้างหน้าด้วย
“ดอกเบี้ย เชื่อว่าก็คงต้องลด แต่ลดดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไร ต้องโฟกัสที่กลไกการส่งผ่านด้วย คือลดไป ถ้าแบงก์ลดน้อยกว่า หรือแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร อย่างไรก็ดี ดูจากผลกระทบต่าง ๆ แล้วคิดว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบที่จะถึงนี้น่าจะมีการลดดอกเบี้ย”
ดร.พิพัฒน์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้มองว่าตัวที่จะกระทบเศรษฐกิจไทยมากกว่าส่งออก ก็คือท่องเที่ยวที่ชะลอ จากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยส่งออกครึ่งปีแรกขยายตัวดี จากการเร่งส่งออกก่อนเจอภาษี แต่ครึ่งปีหลังส่งออกจะชะลอ โดยน่าจะติดลบ
“ผมห่วงเรื่องโมเมนตัมท่องเที่ยวมากกว่า เพราะมันกระทบเศรษฐกิจไทยมากกว่า ซึ่งก็ต้องกลับไปเคลียร์ประเด็นที่นักท่องเที่ยวกังวลกัน อย่างเคสที่มียิงกันที่ตลาด อ.ต.ก. อันนี้คนจีนก็กลัวมากเลย เพราะเขาชอบไปซื้อผลไม้ที่ อ.ต.ก. ก็ผวากันหมด ยิ่งซ้ำเติมประเด็นเดิมไปอีก”