Skip to content

เผ่าภูมิ แจงกลไก TouristDigiPay เปิดบัญชี-โอนคริปโต-แปลงเป็นบาท ใช้สแกนจ่ายร้านค้า

20 ส.ค. 2568 | 10:17น.
เผ่าภูมิ แจงกลไก TouristDigiPay เปิดบัญชี-โอนคริปโต-แปลงเป็นบาท ใช้สแกนจ่ายร้านค้า

“เผ่าภูมิ” เผยกลไก “TouristDigiPay” จากคริปโตนักท่องเที่ยง สู่เงินบาทใช้จ่ายในประเทศ ดึงเงินใหม่สู่เศรษฐกิจไทย

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการ “TouristDigiPay” เป็นการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถนำ Cryptocurrency มาเปลี่ยนเป็นเงินบาทและนำไปใช้จ่ายผ่านระบบ e-Money เป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้จ่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือครอง Cryptocurrency ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับสนุนเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวของไทย

โดยขั้นตอนการใช้งาน TouristDigiPay ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขั้นแรกนักท่องเที่ยวต้องเปิดบัญชีกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดบัญชี “Tourist Wallet” กับผู้ให้บริการ e-Money ที่ได้รับอนุญาตจากแบงก์ชาติ แล้วจึงโอน Cryptocurrency มายังกระเป๋าเงินดิจิทัลในไทยโดยแลกเป็นเงินบาท ซึ่งเงินบาทดังกล่าวจะเข้าไปสู่ “Tourist Wallet” ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าได้ทั่วประเทศ

ซึ่งนอกจากจะเป็นการดึงเม็ดเงินใหม่จากกลุ่มกำลังซื้อสูงเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในประเทศแล้ว ยังช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยสามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ผ่านการสแกน QR Code ก็สามารถให้บริการกับโครงการ TouristDigiPay ได้ทุกร้านค้า เนื่องจากในการใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการจะใช้จ่ายด้วยเงินบาทผ่านผู้ให้บริการ e-Money

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาทของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนำเงินบาทดังกล่าวไปชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าผ่านผู้ประกอบธุรกิจ e-Money สามารถให้บริการได้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมีแนวทางในการป้องกันการฟอกเงิน โดยการทำความรู้จักตัวตนของผู้ใช้บริการ (KYC/CDD) ตามหลักเกณฑ์ของ ปปง. ผ่านการเปิดบัญชีกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ให้บริการ e-Money อีกทั้งผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลยังต้องตรวจสอบแหล่งที่มาและความเสี่ยงด้านการฟอกเงินของสินทรัพย์ดิจิทัลของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

โครงการ TouristDigiPay คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้บริการได้ในไตรมาส 4 ของปี 2568 ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ทางการเงินที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ให้นักท่องเที่ยวต่างชาตินำสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Cryptocurrency มาแลกเป็นเงินบาทและนำมาใช้จ่ายในประเทศไทยได้อย่างสะดวก พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีศักยภาพอย่างก้าวกระโดด