เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัด-ชี้ช่วยประชาชนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห  รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
World IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัด-ชี้ช่วยประชาชนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
Biz Movement เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
Finance คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
News สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
Finance IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
Economic คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
ดูทั้งหมด

กิตติรัตน์ ชงนายกฯเคาะ เปิดทาง ธอส. ปล่อยกู้ใช้หนี้ “นอกระบบ”

21 ส.ค. 2568 | 09:12น.
กิตติรัตน์ ณ ระนอง

บอร์ดแก้หนี้ประชาชน ชงนายกฯ เคาะมาตรการแก้หนี้สัปดาห์นี้ เปิดช่องแก้กฎหมาย ธอส. ปล่อยกู้ใช้หนี้นอกระบบ เล็งปรับวิธีคำนวณดอกเบี้ยเช่าซื้อคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่มีนายจักรพงษ์ แสงมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการสรุปข้อเสนอในการแก้ไขหนี้ประชาชนจาก 10 คณะอนุกรรมการหนี้รายย่อย ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขหนี้ 8 ชนิด

เช่น หนี้นอกระบบ หนี้ข้าราชการ หนี้เช่าซื้อ หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หนี้เอสเอ็มอี หนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย นั้น เพื่อนำเสนอแนวทางต่อนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ และออกมาตรการเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาต่อไป

โดยข้อเสนอที่สำคัญจากคณะทำงาน และสามารถสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย ได้แก่ การแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ขยายขอบเขตการปล่อยกู้แก่ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ก่อประโยชน์ หรือนำไปชำระหนี้นอกระบบ ตัดภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า ซึ่งรูปแบบธนาคารพาณิชย์สามารถทำได้ แต่ทาง ธอส.ยังทำไม่ได้ จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขกฎหมาย

“ปัจจุบัน ธอส.ปล่อยกู้ในส่วนของการกู้ซื้อบ้าน อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกู้มาใช้ปลูกบ้าน ตกแต่ง ซ่อมแซมได้เท่านั้น แต่มองว่าควรจะช่วยปล่อยกู้เพิ่มเติม ให้ลูกค้าที่มีประวัติผ่อนชำระดีนำไปใช้ด้านอื่นได้ด้วย อย่างหนี้นอกระบบ”

ส่วนในเรื่องความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ธนาคารสามารถพิจารณาโดยอาจมีการกำหนดสัดส่วนในการปล่อยกู้ หากลูกค้าซื้อบ้านผ่อนไปแล้ว 50% และต้องการใช้เงินไม่กี่หมื่นบาทเพื่อไปปิดหนี้ ก็สามารถขอกู้จากวงเงินที่ผ่อนไปแล้วออกมาใช้ได้ แต่ยังใช้สินทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน

นายกิตติรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการเสนอให้มีการปรับวิธีคำนวณดอกเบี้ยจากที่คิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) สำหรับธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ (ลีสซิ่ง) รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ลูกหนี้

เนื่องจากการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่จะทำให้ผู้กู้มีภาระการผ่อนที่สูง เพราะจะคิดจากยอดเงินกู้ตามสัญญาแล้วนำเงินจำนวนนี้มาคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มกู้จนถึงวันครบกำหนดสัญญา แต่หากคิดแบบลดต้นลดดอกจะสะท้อนยอดหนี้ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งการคิดดอกเบี้ยแบบนี้จะเสียดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวดตั้งแต่งวดแรกจนถึงงวดสุดท้าย  แต่หากคิดแบบลดต้นลดดอก จะสะท้อนหนี้ที่เกิดขึ้นจริง เช่น หากผ่อนไปยอดหนี้ลดลง ดอกเบี้ยก็จะเสียน้อยลง

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอให้สถาบันการเงินและน็อนแบงก์ที่ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการคลินิกแก้หนี้ที่ดำเนินการผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โดยนำแนวทางการรวมหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยคนเป็นหนี้เสียค้างชำระเกิน 120 วัน ให้มีทางเลือกในการผ่อนชำระตามความสามารถโดยดอกเบี้ยต่ำ 3-5% และแบบคิดแบบลดต้นลดดอก

พร้อมทั้งพิจารณาแก้กฎหมาย ช่วยเหลือข้าราชการประจำที่ถูกฟ้องล้มละลายที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตให้ไม่ต้องถูกบังคับให้ออกจากราชการเหมือนกับพนักงานจากหน่วยงานอื่น ๆ ที่จะไม่ให้ถูกออกจากราชการ เพราะถือเป็นเรื่องของคดีแพ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมาย

“หากมีการเร่งฟ้องล้มละลายจนต้องออกจากงานจะยิ่งเป็นผลเสีย เพราะทำให้ลูกหนี้ขาดรายได้และไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระอีก”

โดยรวมไปถึงหนี้เกษตรกร ซึ่งต้องมีกลไกในการดูแลลูกหนี้และทวงถามหนี้เกษตรกรในช่วงที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

นายกิตติรัตน์เปิดเผยต่อว่า ในที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดตั้ง AMC เพื่อจัดการปัญหาหนี้เสีย โดยเน้นย้ำในประเด็นที่ AMC ต้องเน้นช่วยเหลือ ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ เพื่อให้ประกอบธุรกิจและรักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันได้