Skip to content

กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 32.10-32.80 บาท เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ก.ย.นี้

25 ส.ค. 2568 | 10:22น.
กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 32.10-32.80 บาท เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ก.ย.นี้

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเดือน ก.ย.นี้ คาดเฟดลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายปีนี้ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่กว่าคาดการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบค่อนข้างแคบระหว่าง 32.42-32.68 บาทต่อดอลลาร์

โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเงินยูโรและเยน แม้ในช่วงแรกดอลลาร์จะได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ขยับสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในงานสัมมนาที่ Jackson Hole เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน

ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐหลายรายการออกมาในเชิงผสม อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงท้ายสัปดาห์หลังประธานเฟดส่งสัญญาณปรับนโยบายการเงิน ทำให้ผู้ร่วมตลาดปรับสถานะการลงทุนอีกครั้ง

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดลาออกจากตำแหน่ง เพิ่มกังวลที่ว่าฝ่ายการเมืองจะเข้ามามีอิทธิพลในธนาคารกลางมากขึ้น

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 6,135 ล้านบาท และ 2,459 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับในสัปดาห์นี้ หลังสุนทรพจน์ของประธานเฟดส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ ว่าเฟดเตรียมจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน อีกทั้งระบุว่านโยบายการเงินอยู่ในระดับที่เข้มงวด อาจทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางนโยบาย แม้เงินเฟ้อยังคงสูงจากผลของภาษีศุลกากรและการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยยังไม่แน่นอนก็ตาม

โดยในภาพรวมเราคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ เรามองว่าแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ยังมาจากภาวะดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางหลักนอกสหรัฐส่วนใหญ่ใกล้สุดทาง รวมถึงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ข่มขู่ที่จะแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยในประเทศ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/68 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่สภาพัฒน์คาดว่าจีดีพีปี’68 จะเติบโตในช่วง 1.8-2.3% จากเดิมประเมินไว้ที่ 1.3-2.3%

ทางด้านวิจัยกรุงศรีมองว่าแม้จะมีความเสี่ยงด้านบวก โดยเฉพาะจากการดำเนินนโยบายการคลังและการเงิน แต่ความเสี่ยงด้านลบยังคงมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐ โดยประเด็นเหล่านี้อาจฉุดรั้งอุปสงค์จากต่างประเทศ บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน และจำกัดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยรวม