Skip to content

ธปท. เผยเศรษฐกิจ ก.ค. ชะลอตามท่องเที่ยว-ภาคผลิต ชี้คนหางานยากขึ้น

29 ส.ค. 2568 | 16:20น.
ธปท. เผยเศรษฐกิจ ก.ค. ชะลอตามท่องเที่ยว-ภาคผลิต ชี้คนหางานยากขึ้น

ธปท. เผยเศรษฐกิจเดือนกรกฎาคมชะลอตัวจากเดือนก่อน ตามภาคการบริการ ท่องเที่ยว-รายรับชะลอตัว 5.6% เหตุนักท่องเที่ยวอยู่ยาวเดินทางกลับ-การแข่งขันโปรโมชั่นผู้ประกอบการแรงขึ้น ด้านภาคผลิตลดลงตามปัจจัยชั่วคราวจากปิดโรงกลั่น ด้านเงินเฟ้อติดลบต่อเอง -0.7% ระบุเกาะติดตลาดแรงงาน หลังคนหางานทำยากขึ้น

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม 2568 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งมาจากภาคบริการที่ลดลง -0.4% ตามภาคการท่องเที่ยว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากปัจจัยชั่วคราว

ทั้งนี้ หากดูภาคการท่องเที่ยว รายรับในเดือน ก.ค.ลดลงจากเดือนก่อน 5.6% เป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวที่อยู่นานได้เดินทางกลับ และผู้ประกอบการทำโปรโมชั่น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.6 ล้านคน เพิ่มจากเดือนก่อนที่อยู่ 2.3 ล้านคน ซึ่งมาจากกลุ่มเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีนที่เริ่มทยอยกลับมา โดยภาพรวม

จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี-24 ส.ค. 2568 อยู่ที่ 21.4 ล้านคน อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามภาคการท่องเที่ยวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

การบริโภคภาคเอกชนทรงตัวอยู่ที่ -0.2% ตามการใช้จ่ายหมวดบริการ ภัตตาคาร โรงแรมที่ปรับลดลง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลทางด้านการเมือง ภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ความขัดแย้งชายแดน และค่าครองชีพที่ยังสูง ขณะที่ภาคการผลิตปรับลดลง -2.2% จากปัจจัยชั่วคราว โดยหมวดปิโตรเลียมตามการปิดโรงกลั่น และการย้ายโรงงานไปจังหวัดอื่น หากตัดปัจจัยชั่วคราวภาคผลิตยังขยายตัวขึ้น 1.2% ตามภาคการส่งออกสินค้า

โดยภาคการส่งออกสินค้าขยายตัว 0.3% ตามหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า หากดูการส่งออกไปสหรัฐขยายตัว 4.8% จากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และอาหารแปรรูป ชะลอตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ต้องติดตามภาคการส่งออกในเดือนสิงหาคม หลังจากผลนโยบายภาษีมีผลบังคับใช้

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับลดลง -0.4% มาจากเครื่องใช้และอุปกรณ์ หากดูการลงทุนภาคการก่อสร้างยังคงปรับเพิ่มขึ้น ทั้งจากบ้านเดี่ยวและโรงแรม ส่วนการใช้จ่ายรัฐบาลกลางไม่รวมเงินโอนขยายตัว 1.3% สำหรับตลาดแรงงานทรงตัว โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 ใกล้เคียงกับเดือนก่อน แต่ผู้ขอรับสิทธิว่างงานรวมต่อผู้ขอรับสิทธิรายใหม่ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนการหางานในระบบทำได้ยากขึ้น จึงต้องติดตามต่อเนื่อง

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.7% จากเดือนก่อน -0.25% มาจากหมวดอาหารสดตามราคาผลไม้และเนื้อสัตว์ที่ลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลง มาจากผลฐานที่สูงและค่าใช้จ่ายส่วนตัว อย่างไรก็ดี ธปท.ยังคงติดตามใกล้ชิด

“เงินเฟ้อที่ติดลบมานานมาจากปัจจัยทางด้านฝั่งอุปทาน ซึ่ง ธปท.ได้สัญญาณของการปรับของราคาสินค้า พบว่ายังมีสินค้าที่ราคาปรับลดลง ไม่เปลี่ยนแปลง และปรับเพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดูรายละเอียด และปรับนโยบายให้สอดคล้องอยู่แล้ว”

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกิดดุลลดลงเล็กน้อยจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ จากดุลการค้า ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลลดลง ขณะที่เงินบาทต่อดอลลาร์ในเดือน ก.ค.ปรับแข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน และทรงตัวในเดือน ส.ค. มาจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับดอกเบี้ยลง รวมถึงผลการเจรจาภาษีดีกว่าคาด ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาด

“มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจชะลอลงจากการส่งออกสินค้ามาจากนโยบายภาษีสหรัฐ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่จะมีการแข่งขันมากขึ้น จึงยังต้องติดตามใกล้ชิด อย่างไรก็ดี ปัจจัยความเสี่ยงระยะสั้น มองว่าผลของ Tariffs ยังคงมีอยู่ แม้ว่าผลจะออกมา 19% แต่ยังมีบางเซ็กเตอร์ และ Transshipment ที่ยังไม่ออกมา จึงต้องติดตามดูอยู่ ส่วนระยะยาว จะเป็นเรื่องของปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมมีความเสี่ยงได้”