เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

แบงก์เด้งรับซอฟต์โลน อุ้มธุรกิจปรับตัว-กู้ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5%

31 ส.ค. 2568 | 18:05น.

ผลกระทบจากการถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า หรือ Reciprocal Tariffs ที่ 19% แม้จะเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค แต่แน่นอนว่า การทำธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะจะมีทั้งผู้ที่ปรับตัวได้ และปรับตัวไม่ได้ โดยเฉพาะผลกระทบที่ยังไม่ชัดเจนจากการกำหนดเกณฑ์การคำนวณมูลค่าในประเทศ (Regional Value Content : RVC) ดังนั้น สิ่งที่ภาครัฐดำเนินการในช่วงนี้คือ การเตรียมเครื่องมือไว้รองรับผลกระทบ

เตรียมหน้าตักสินเชื่อ 1 แสนล้าน

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบล่าสุด กนง.มีมติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.50% ต่อปี โดยสิ่งที่คณะกรรมการมีการพูดคุยกันมาก และเป็นปัจจัยหลักของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย คือ ภาวะการเงินตึงตัว โดยสินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง และคุณภาพหนี้ปรับด้อยลงในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และกลุ่มผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 30,000 บาท และมองไปข้างหน้าหนี้เสียมีโอกาสเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากมาตรการทางภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) และปัญหาเชิงโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง

“สักกะภพ พันธ์ยานุกูล” เลขานุการ กนง. ชี้ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการปรับตัวของภาคธุรกิจค่อนข้างมาก เป็นช่วง Wake up Call ของภาคธุรกิจ จะต้องมีการยกระดับศักยภาพและปรับตัวรองรับ เพราะนโยบายการเงินไม่ได้เป็นตัวที่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี การเข้าไปช่วยคนที่ปรับตัวได้ยาก เป็นสิ่งจำเป็น

สิ่งที่ ธปท.อยู่ระหว่างทำเพิ่มเติม ร่วมกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะผลักดันออกมา ก็คือสินเชื่อที่ช่วยเรื่องสภาพคล่อง ลดต้นทุน ในรูปซอฟต์โลน 30,000 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการปรับตัวอีก 70,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเรื่องการปรับตัว และแข่งขัน ภายใต้บริบทโลกใหม่ รวมถึงสิ่งที่พยายามแก้ปัญหาหนี้อย่างต่อเนื่อง

“รอบนี้ เราต้องการให้สินเชื่อ นอกจากเรื่องของการเยียวยาและลดต้นทุน ก็จะเน้นเรื่องการปรับตัว การ Transformation การลงทุนไปสู่เทรนด์ใหม่ ๆ เรื่องกรีน สิ่งแวดล้อม จะเป็นธีมหลัก แล้วอีกส่วนจะเป็นเรื่องของการทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน เพราะคีย์หลักอยู่ที่ภาคเอกชนจะต้องปรับตัว โดยสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการปลดล็อกและแก้ไขปัญหาอุปสรรค จะทำงานร่วมกันและอาจจะเห็นออกมาในเร็ว ๆ นี้”

เคาะแบงก์คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5%

“แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน” เปิดเผยว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและสินเชื่อเพื่อการพัฒนาศักยภาพน่าจะออกมา ซึ่งจะเป็นลักษณะซอฟต์โลน วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยจะเป็นวงเงินจากธนาคารออมสิน ที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับธนาคารพาณิชย์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.01% ต่อปี เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถนำไปปล่อยสินเชื่อต่อให้ลูกค้าหรือผู้ประกอบการต่อ บนเงื่อนไขคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี

ทั้งนี้ ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท จะแบ่งเป็น 2 วงเงิน วงเงินแรก 30,000 ล้านบาท จะปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ที่เป็นลูกค้าเดิม หรือลูกค้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์ โดยจะเป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และอีก 70,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อเพื่อปรับตัว (Transition) สำหรับการลงทุนใหม่ ทั้งเทคโนโลยี หรือการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (ESG) โดยให้กู้ทั้งเอสเอ็มอี และธุรกิจรายใหญ่ แต่จะต้องไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (บจ.)

ห่วง SMEs รายจิ๋ว-เล็ก แข่งขันยาก

“ณัฐพล ลือพร้อมชัย” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีค่อนข้างน่าห่วง โดยเฉพาะขนาดจิ๋ว และขนาดเล็กที่มีความอ่อนแอลง ความสามารถในการแข่งขันกับรายกลางและรายใหญ่ทำได้น้อยลง ภายใต้เศรษฐกิจที่ไม่ฟื้นตัว กำลังซื้ออ่อนแอ และเจอนโยบายภาษี Reciprocal Tariffs แม้ว่าไทยจะได้ในอัตราภาษี 19% แต่ธุรกิจยังคงได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวกับการค้าโลกที่เปลี่ยนไป

โดยแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้ จะค่อนข้างยาก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ควรเร่งขยายสินเชื่อ เพราะจะเป็นภาระลูกค้า และธนาคาร ซึ่งธนาคารจะต้องดูแลลูกค้าใกล้ชิดหากเห็นสัญญาณเตือน เช่น 1.กลุ่มที่อ่อนแอลง ขายของได้น้อยลง หรือเริ่มผ่อนชำระหนี้ไม่ไหว ธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้ ซึ่งกลุ่มนี้ธนาคารช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่โควิด-19 ระบาด

2.กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่แข็งแรง ธนาคารยังคงให้สภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง โดยการให้สินเชื่อจะเป็นการวางแผนการเงินร่วมกันกับลูกค้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระลูกค้ามากเกินไป และ 3.กลุ่มที่แข็งแรงมาก และต้องการปรับเปลี่ยน หรือปรับตัว ธนาคารจะมีสินเชื่อและโซลูชั่น (Transition) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการเปลี่ยนผ่านด้วยต้นทุนที่ต่ำ ดังนั้น ธนาคารจะมีโซลูชั่นดูแลลูกค้าทั้ง 3 กลุ่ม รวมถึงการให้ความรู้ Nonfinancial ผ่านโครงการ “SME Care” ด้วย

แบงก์เด้งรับซอฟต์โลน 1 แสนล้าน

“มาตรการซอฟต์โลนที่ภาครัฐจะออกมายังไม่มีรายละเอียด แต่หากนโยบายส่งผ่านออมสิน ธนาคารกสิกรไทยถือว่าเราเป็นลูกค้าหลักในการใช้ซอฟต์โลนอยู่แล้ว ดังนั้น เราพร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีต่อเนื่องในการแบ่งเบาภาระ ลดต้นทุน เพื่อให้แข่งขันได้ ซึ่งหากเขาแข็งแรงลูกค้าก็จะกลับมาใช้สินเชื่อเราต่อในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยกล่าว

ขณะที่ “ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ยังไม่รู้รายละเอียดสินเชื่อซอฟต์โลน ที่จะออกมา แต่มองว่า จะเป็นแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำให้กับสถาบันการเงิน ซึ่งภายหลังจากธนาคารพาณิชย์ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งกระดาน (M Rate) ลง 0.25% ต่อปี พร้อมกัน เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีความท้าทายค่อนข้างมาก รวมถึงเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอตัวลง ผู้ประกอบการธุรกิจเองก็จะต้องเร่งปรับตัวรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษี Reciprocal Tariffs ที่จะกระทบภาคส่งออก และจากสินค้านำเข้าราคาถูกทะลักเข้าไทย (Import Flooding) รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมที่จะชะลอตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับตัวและปรับแผนธุรกิจ ซึ่งการช่วยเหลือจะแบ่งตามความต้องการ และเป็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้ประกอบการต้องการเสริมสภาพคล่อง หรือต้องการลงทุนใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระยะข้างหน้า เป็นต้น

“ตอนนี้ ยังไม่รู้รายละเอียด แต่ถือเป็นเรื่องที่ดีที่แบงก์จะมี Funding Low Cost ในการเข้าไปช่วยเหลือลูกค้า โดยให้การช่วยเหลือเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายและช่วยได้ถูกจุด เช่น ลูกค้าที่ขายของยากขึ้น อาจต้องการเงินเสริมสภาพคล่อง หรือลูกค้าที่ยังพอไหวแต่ต้องการปรับตัว ก็อาจต้องลงทุนเพิ่มต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเราจะต้องพยายามมองหากลุ่มลูกค้าให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางการจะออกมา” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซอฟต์โลน