กสิกรไทยชี้เศรษฐกิจชะลอตัว-ลูกค้าแห่คืนหนี้ กดยอดสินเชื่อต่ำเป้า ย้ำคุมหนี้เสีย 3.25%
ธนาคารกสิกรไทยเผยเศรษฐกิจชะลอตัว-ลูกค้าแห่คืนหนี้กว่าปล่อยสินเชื่อใหม่ กดดันสินเชื่อหดตัวติดลบเล็กน้อย คาดคุมหนี้เสียอยู่ในเป้า 3.25% หลังระมัดระวังปล่อยกู้ มองรัฐบาลใหม่ส่งผลบวกต่อธุรกิจปี’69
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจธนาคารในปี 2568 ธนาคารคาดว่าอัตราการเติบโตสินเชื่อโดยรวมปีนี้มีโอกาสติดลบเล็กน้อย หากเทียบกับการคาดการณ์เดิมที่คาดจะทรงตัว เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่วนหนึ่งถือเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการชำระคืนหนี้ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการปล่อยสินเชื่อใหม่ 2-3 แสนล้านบาททุกปี ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อลดลง
ดังนั้น กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคาร จะมุ่งเน้นคนหรือธุรกิจที่ใช่ กลุ่มที่มีศักยภาพ ธุรกิจไปต่อได้ ซึ่งกลุ่มนี้ธนาคารพร้อมสนับสนุนเต็มที่ สำหรับลูกค้าที่มีโอกาสดีและธุรกิจที่ยังดีอยู่ โดยมองว่ากลุ่มบริการ หรือที่เกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้างที่ได้รับผลบวกจากเงินภาครัฐที่ยังมีต่อเนื่อง ส่วนที่เสี่ยงสูงกลุ่มนี้อาจต้องชะลอการปล่อยกู้ออกไปก่อน
สำหรับแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ธนาคารเชื่อว่าปีนี้ธนาคารจะสามารถคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ที่ 3.25% ในสิ้นปีนี้ จากการบริหารพอร์ต และการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ
“ภายใต้เศรษฐกิจปัจจุบันธนาคารมีการคัดกรองลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่มีศักยภาพ ส่วนลูกค้ากลุ่มที่เสี่ยงสูงกลุ่มนี้ธนาคารอาจชะลอปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้เอ็นพีแอลอาจเพิ่มขึ้น หากลูกค้าเสี่ยงสูงแล้วเราปล่อยไปแล้ว ลูกค้าก็อาจสูญเสียหลักประกัน และทำให้หนี้เสียเราเพิ่มขึ้นด้วย”
อย่างไรก็ดี ภายใต้สินเชื่อที่ลดลง ธนาคารจำเป็นต้องหันมาหารายได้อื่น ๆ เข้ามามากขึ้น ทั้งในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียม รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ปรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือธุรกิจเพื่อความมั่งคั่งที่ยังเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ดี
สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผล ธนาคารตั้งเป้าการปันผลในปีนี้อย่างน้อย “เท่าเดิม” หรือ “เพิ่มขึ้น” สำหรับผลการดำเนินงานทุกปี สำหรับปันผลปกติ อย่างไรก็ดี ในส่วนของ Special Dividend หรือปันผลพิเศษ ส่วนหนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละปี ว่าจะจ่ายหรือไม่ และมีโอกาสลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้
ขณะที่นโยบายการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ทั่วโลก และธนาคารเคยทำในปี 2563 ส่วนปีนี้มีโอกาสสูง ที่ธนาคารอาจซื้อหุ้นคืนได้ หากดูราคาหุ้นของธนาคารต่ำกว่าบุ๊กแวลู หรือ P/E อัตราส่วนของราคาต่อกำไร ซึ่งปัจจุบันราคา P/E ก็ถือว่าต่ำกว่าบุ๊กแวลู และปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง ที่สามารถทำได้
“ส่วนผลบวกจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ มองว่าอาจเห็นผลบวกได้ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เนื่องจากมองว่า แม้จะช่วยในเรื่องความเชื่อมั่น แต่ผลบวกในเรื่องสินเชื่อต่าง ๆ อาจต้องรอให้ภาพรวมเศรษฐกิจต่าง ๆ กลับมาฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจอาจเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นดีมานด์การขอสินเชื่อเพิ่มเติมได้ในปี 2569 โดยเฉพาะสินเชื่อขนาดใหญ่”