กนง.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม 1.50% ต่อปี ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง ผลการประชุมคณะกรรมการ กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ต่อปี
ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาด้านสภาพคล่องและภาระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง
สำหรับอัตราการเติบโตเศรษฐกิจปี 2568 อยู่ที่ 2.2% และปี 2569 อยู่ที่ 1.6% มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้ โดยภาคส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ
ขณะที่การท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอลงก่อนจะทยอยฟื้นตัวในระยะข้างหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากราคาในหมวดพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลดลงของราคาสินค้าเป็นวงกว้าง ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวและคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเปราะบางยังด้อยลง
คณะกรรมการเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลาย เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจ โดยกรรมการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิผลของนโยบายการเงิน ภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีจำกัด จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เป็นการประชุมรอบแรกของนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ และมีคณะกรรมการใหม่ 2 ท่าน ได้แก่ ดร.เชาว์ เก่งชน และนางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์