Skip to content

คลังลงทะเบียนร้าน ‘คนละครึ่ง’ เปิดทางนิติบุคคล 5,500 รายเข้าร่วม

15 ต.ค. 2568 | 10:33น.
คลังลงทะเบียนร้าน ‘คนละครึ่ง’ เปิดทางนิติบุคคล 5,500 รายเข้าร่วม

กระแสโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้รับการตอบรับในเชิงบวกอย่างมากมาย หลังจากรัฐบาลตัดสินใจจะนำมาตรการที่เคยเป็นเครื่องมือหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสถานการณ์โควิด กลับมาใช้อีกครั้ง

โดยกระทรวงการคลัง จะเปิดรับลงทะเบียนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.นี้ ไปจนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2568

ซึ่งในการดำเนินโครงการครั้งนี้ การเปิดให้ร้านค้าเข้าร่วม มีการปรับปรุงรายละเอียดมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวนโยบาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ตามที่รัฐบาลได้ประกาศ

“ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้รัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน โดยจำเป็นต้องกระตุ้นภาคเอกชน แต่จะต้องเป็นลักษณะ “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ซึ่งโครงการ “คนละครึ่ง” ตอบโจทย์เหล่านี้

โดยในส่วนของการเปิดรับร้านค้าเข้าร่วมโครงการ ยังคงให้ความสำคัญกับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาด หาบเร่แผงลอย ซึ่งไม่ได้เปิดให้ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดเข้ามาร่วมเหมือนเดิม เพียงแต่รอบนี้มีเปิดให้นิติบุคคลที่เป็นไมโครเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการได้ด้วย

“มีการขยายขอบเขตร้านค้า ไปถึงนิติบุคคลขนาดเล็ก ที่มียอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระบบภาษี ประมาณ 5,500 ราย ครอบคลุมร้านบริการ อาหาร เครื่องดื่ม และบริการทั่วไป ทั้งนี้ คาดว่ารวม ๆ แล้วจะมีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 1 ล้านราย”

ขณะเดียวกันก็มีส่วนที่เป็น “พลัส” คือ จะมีการฝึกอบรม เพิ่มทักษะ Reskills ให้กับร้านค้าเหล่านี้ โดยมีหลักสูตรสั้น ๆ เรียนรู้ได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน”

กราฟิก คนละครึ่ง+

“เราจะเพิ่มทักษะ เน้นเรื่องการขายออนไลน์ เพิ่มยอดขายอย่างไร จะลดต้นทุนต้องทำอย่างไร ทำบัญชีทำอย่างไร เราจะเอาดิจิทัลเข้าไปใส่ เอา AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาใช้อย่างไร เพื่อให้ขายของได้มากขึ้น เป็นต้น”

ส่วนกรณีพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” กังวลว่า อาจถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังโดยกรมสรรพากร ทำให้อาจจะไม่เข้าร่วมโครงการนั้น รัฐบาลได้เน้นย้ำในเรื่องนี้ว่า หนึ่งในหลักการสำคัญของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่รัฐบาลตกลงร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ คือ การรักษาความลับของข้อมูลผู้ประกอบการและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างเคร่งครัด

“ดร.เอกนิติ” ย้ำว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย และไม่ต้องการให้เกิดความกลัวจากความไม่เข้าใจ ถ้ามีข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้ ภาครัฐมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความกังวลของพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลไม่ต้องการสร้างภาระเพิ่มเติมหรือสร้างความหวาดกลัวในการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภาษีอย่างเป็นทางการ หากแต่ต้องการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคงในช่วงเวลาที่ท้าทาย

“ขอยืนยันว่า ข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสจะถือเป็นข้อมูลลับ จะไม่มีการเปิดเผยให้บุคคลภายนอก และที่สำคัญคือ จะไม่มีการส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้กับกรมสรรพากร ไม่ว่าจะเพื่อการตรวจสอบภาษีย้อนหลังหรือในวัตถุประสงค์อื่นใด” รองนายกฯและ รมว.คลังกล่าว

ทั้งนี้ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 44,000 ล้านบาท และคาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 88,000 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.21-0.22% ในปี 2568