ก.ล.ต. ลงโทษผู้กระทำผิดตลาดทุน 136 ราย ปรับ-ชดใช้รวม 182 ล้าน
ก.ล.ต. เผยสถิติการบังคับใช้กฎหมายช่วง 1 ม.ค.-15 ต.ค. 2568 กล่าวโทษทั้งคดีอาญา 12 คดี 47 ราย และใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง 18 คดี 89 ราย รวม 30 คดี 136 ราย พร้อมเก็บค่าปรับ-ชดใช้คืนรัฐรวมกว่า 182 ล้านบาท
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติการบังคับใช้กฎหมายล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2568) ว่า ในปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-15 ตุลาคม 2568 ได้กล่าวโทษผู้กระทำความผิดคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และ DSI) 12 คดี ผู้กระทำผิด 47 ราย ได้แก่
- การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น การสร้างราคา แพร่ข่าว/ข้อความเท็จ และ ซื้อ/ขายหลักทรัพย์ก่อนทำรายการซื้อขายของกองทุน (Front run) จำนวน 6 คดี ผู้กระทำความผิด 18 ราย
- การทุจริต 1 คดี ผู้กระทำความผิด 2 ราย
- การแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ 3 คดี ผู้กระทำความผิด 16 ราย
- การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 คดี ผู้กระทำความผิด 11 ราย
หลายคดีเป็นการกระทำความผิดตั้งแต่ปี 2567 หรือเป็นกรณีที่ ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลเมื่อปี 2567 อาทิ กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น PK, TKT และ PROS (ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 59/2568), กรณีเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ THG (ข่าวฉบับที่ 88/2568), กรณี ตกแต่งงบการเงินของ JKN (ข่าวฉบับที่ 139/2568) และกรณี Front run โดยใช้ข้อมูลการลงทุนของกองทุน (ข่าวฉบับที่ 199/2568)
ด้านมาตรการลงโทษทางแพ่ง คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ใช้มาตรการกับผู้กระทำความผิด 18 คดี ผู้กระทำผิด 89 ราย ดังนี้
– การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา การใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายในและการแพร่ข่าว/ข้อความเท็จ จำนวน 16 คดี ผู้กระทำผิด 86 ราย
– การแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ 1 คดี ผู้กระทำผิด 2 ราย
– การไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย์สุจริต 1 คดี ผู้กระทำผิด 1 ราย
ในช่วงเดียวกัน ผู้กระทำผิด 31 ราย จาก 12 คดี ตกลงทำบันทึกยินยอมปฏิบัติตามมาตรการทางแพ่ง โดยชำระค่าปรับทางแพ่ง 117.54 ล้านบาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 64.14 ล้านบาท รวมกว่า 182 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งในปี 2560 ถึงปัจจุบัน (15 ตุลาคม 2568) ก.ล.ต. ใช้มาตรการดังกล่าวรวม 79 คดี ผู้กระทำผิด 308 ราย มีค่าปรับรวม 2,149.68 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์ที่ได้รับ 450.65 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นรายได้แผ่นดินที่ส่งกระทรวงการคลังแล้ว
สำหรับกรณีที่ผู้กระทำผิดไม่ยินยอมตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง ก.ล.ต. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลกำหนดบทลงโทษตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ