Skip to content

กอช. จับมือ ‘ธนาคาร-พันธมิตรเอกชน’ ขยายช่องทางซื้อสลาก กอช.

22 ต.ค. 2568 | 17:34น.
กอช. จับมือ ‘ธนาคาร-พันธมิตรเอกชน’ ขยายช่องทางซื้อสลาก กอช.

“กอช.” ผนึกกำลังธนาคาร-หน่วยงานพันธมิตร ขยายช่องทางการจำหน่าย-ชำระเงิน สลาก กอช. ครอบคลุมทุกช่องทาง

นายเศรษฐจักร ลียากาศ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่าง กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กับหน่วยงาน เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย และชำระเงิน สลาก กอช. ว่า ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ว่า คนไทยออมเงินเฉลี่ยเพียง 8-10% ของรายได้ ซึ่งจากคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย ควรออม 20-25%

นอกจากนี้ กว่า 88% ของประชากรไทยมีเงินฝากไม่ถึง 50,000 บาท ส่วนหนึ่งเพราะรายได้แทบทั้งหมดถูกใช้จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น นี่คือปัญหาที่น่ากังวล และต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ มาแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ คนไทยจำนวนมากชอบเสี่ยงโชค และมีความคุ้นเคยกับการซื้อสลาก ดังนั้น การผลักดันโครงการ “สลาก กอช.” ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่มุ่งหวังให้เป็น “สะพานเชื่อมระหว่างการลุ้นรางวัลและการสร้างเงินออม” เปลี่ยนมุมมองการออมไม่ใช่ภาระ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต ภายใต้แนวคิด “ศุกร์ได้ลุ้น – สุขได้ออม” โดยเงินทุกบาทที่ซื้อสลาก จะถูกเก็บเป็นเงินออมทั้งหมด

โดยความร่วมมือในครั้งนี้ มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมมากมาย ขณะนี้มีธนาคารเข้าร่วมทั้งหมด 2 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทหารไทยธนชาต รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชน และภาครัฐอื่น ๆ เช่น DGA, ไปรษณีย์ไทย, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, บิ๊กซี, โลตัส, และตู้บุญเติม ด้วยช่องทางที่หลากหลายนี้เอง ผมมั่นใจว่าการออมของประชาชน จะเข้าถึงง่าย สะดวกสบาย และมีความทันสมัย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตจะมีพันธมิตรมาเข้าร่วมเพิ่มเติม เพื่อขยายโอกาสดังกล่าวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นไปอีก

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของ กอช. ในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงินให้แก่ประชาชนทุกคน นอกเหนือจากการออมภาคสมัครใจ กับ กอช. รัฐจัดให้กับแรงงานนอกระบบ ซึ่งไม่มีสวัสดิการอื่นใดรองรับให้มีบำเหน็จบำนาญในยามเกษียณ

โดยประชาชนชาวไทยที่อายุ 15-60 ปี ประกอบอาชีพอิสระ สามารถออมเงินได้เริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี รับเงินสมทบเพิ่มจากภาครัฐในเดือนถัดไป สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

ในปัจจุบัน ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ กอช. ตระหนักดีว่า การออมถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะในช่วงวัยเกษียณ เมื่อรายได้ลดลง แต่รายจ่ายก็ยังคงอยู่ กอช. จึงเร่งผลักดันนโยบาย เพื่อเป็นการเติมเต็มด้านการออมของคนไทย และสร้างแรงจูงให้เริ่มต้นออมอย่างต่อเนื่อง จึงได้พัฒนานวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “สลาก กอช.” เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มอาชีพเข้าถึงโอกาสในการออมเงินได้ง่าย สนุก และน่าสนใจ

“สลาก กอช.” เป็นสลากขูดดิจิทัลที่ผสมผสานการออมเข้ากับการลุ้นรางวัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย เงินทุกบาทกลายเป็นเงินออม” เปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่ม อายุ 15 ปีขึ้นไป ได้ลุ้นรางวัลและออมเงิน ไปพร้อมกัน จำหน่ายใบละ 50 บาท ซื้อได้สูงสุด 3,000 บาท หรือ 60 ใบต่อเดือน ออกรางวัลทุกวันศุกร์เวลา 17.00 น. รางวัลแบ่งเป็น รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล และ รางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล

สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถซื้อได้โดยต้องออมไว้อย่างน้อย 5 ปี และสามารถ ซื้อได้ไม่จำกัดรอบ หากผู้ซื้อเสียชีวิต เงินออมทั้งหมดจะตกสู่ทายาทตามกฎหมายหรือบุคคลที่ผู้ซื้อระบุไว้

โดยความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย หน่วยงานพันธมิตรที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกมิติของการให้บริการ ได้แก่

1.บริการช่องทางจำหน่าย และชำระเงิน สลาก กอช. ผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ซื้อสลาก สามารถซื้อ และชำระเงินได้ง่าย สะดวกยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยนายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท รองผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสลาก กอช. เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการออมของคนไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของธนาคารที่มุ่งมั่นส่งเสริมให้คนไทยจัดการการเงินได้ดีขึ้น นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่มั่นคง

โดยธนาคารกสิกรไทยจะเป็นทั้งช่องทางขายสลาก กอช. บน K PLUS เริ่มตั้งแต่การลงทะเบียน การซื้อสลาก กอช. ตรวจผลรางวัล ตรวจสอบประวัติการซื้อสลาก ตรวจสอบเงินออมสะสม ครบจบในแอปพลิเคชั่นเดียว รวมทั้งเป็นช่องทางชำระเงินค่าซื้อสลาก กอช. ผ่านแอปพลิเคชั่น กอช. ที่ผู้ซื้อสลากผ่านแอป กอช. สามารถเลือกชำระเงินได้สะดวกผ่าน K PLUS หรือชำระเงินด้วยการสแกน QR Code นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ถูกสลาก กอช. ผ่านระบบพร้อมเพย์ ที่มีความปลอดภัยในระบบสากล

พร้อมอำนวยความสะดวกในการดำเนินการหักภาษีและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้แก่กรมสรรพากร หรือ “E-WHT” ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการนำส่งภาษีและสามารถตรวจสอบได้อีกด้วย ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคารและความมั่งคั่งทางการเงิน กล่าวว่า การส่งเสริมการออมให้แก่ประชาชน เพื่อการดำรงชีพในยามเกษียณ

ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของทีทีบี ที่มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของคนไทยให้ดีขึ้น (Financial Well-being) อย่างยั่งยืน ทีทีบีในฐานะธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญเชิงระบบต่อประเทศ มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาโซลูชั่นทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิตอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะการนำช่องทางดิจิทัลแบงกิ้งผ่านแอปพลิเคชั่น “ทีทีบี ทัช” มาใช้ในการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้ารายย่อยจำนวนหลายล้านคนของธนาคาร ถือเป็นการนำเสนอทางเลือกใหม่ที่ผสานนวัตกรรมเข้ากับการออม เปลี่ยนจากพฤติกรรมการลุ้นโชค มาเป็นการลุ้นโชคที่มีเป้าหมายเพื่อการออมในระยะยาว เงินที่ใช้ซื้อ “สลาก กอช.” จะกลายเป็นเงินออมเพื่อใช้หลังเกษียณ ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าพัฒนาและยกระดับบริการด้านการออมอย่างแท้จริง และสอดคล้องกับปรัชญา Make REAL Change ของทีทีบี ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

2. บริการช่องทางการจำหน่ายสลาก กอช. ดิจิทัล ผ่านแอป “ทางรัฐ” นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า “DGA มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สลาก กอช.” ในครั้งนี้ โดยเปิดเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ซึ่งถือเป็น “Super App ของภาครัฐ”

ปัจจุบัน แอป “ทางรัฐ” มียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 44 ล้านครั้ง และได้พิสูจน์ความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การลงทะเบียนจากประชาชนจำนวนมาก ผ่านโครงการสำคัญของภาครัฐหลายโครงการ DGA จึงมั่นใจว่า การลงทะเบียน “สลาก กอช.” ในครั้งนี้ จะสามารถรองรับการเข้ามาใช้งานของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมทั้งขอให้ประชาชนมั่นในความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล DGA มีมาตรการพิสูจน์และยืนยันตัวตนในระดับที่มีความน่าเชื่อถือสูงเทียบเท่ามาตรฐานของสถาบันการเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และจะขอเชิญชวนประชาชนที่ยังไม่ได้ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” สามารถดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้เลย และอยากให้ดำเนินการให้เรียบร้อยล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการลงทะเบียน “สลาก กอช.” เมื่อถึงวันเปิดระบบ”

3. พิเศษสุด ๆ บริการสำหรับผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ทาง กอช. เตรียมความพร้อมในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่าย ที่พร้อมเปิดจุดจำหน่าย สลาก กอช. โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียน และซื้อ สลาก กอช. ได้ที่ ไปรษณีย์ไทย 1,250 สาขา เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำนวนกว่า 15,500 สาขา บิ๊กซี จำนวนกว่า 1,600 สาขา โลตัส ประมาณ 2,500 สาขา รวมถึงตู้บุญเติม จำนวนกว่า 100,000 ตู้ และตู้เต่าบิน 7,500 ตู้ ทั่วประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กอช.