เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มาดามแป้ง จับมือ แม่ปุ้ย เฟ้นหา 8 สาวงาม MISS ‘MADAME PANG’
Biz Movement มาดามแป้ง จับมือ แม่ปุ้ย เฟ้นหา 8 สาวงาม MISS ‘MADAME PANG’
SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
Finance SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
3 แบงก์รัฐ ผุดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ขานรับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Finance 3 แบงก์รัฐ ผุดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ขานรับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน
มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
Politics มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
กนง.ปรับประมาณการ GDP ปีนี้โตขึ้นเป็น 2.4% แรงหนุน AI-ชี้ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
Finance กนง.ปรับประมาณการ GDP ปีนี้โตขึ้นเป็น 2.4% แรงหนุน AI-ชี้ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,500 บาท
อนุทิน ลั่นไม่ล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มั่นใจรู้ทันเอกชน-พร้อมพิสูจน์
Politics อนุทิน ลั่นไม่ล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มั่นใจรู้ทันเอกชน-พร้อมพิสูจน์
มช. กางโรดแมปแผน 14 ชู 6 กลยุทธ์มุ่งนวัตกรรมยั่งยืน
การศึกษา มช. กางโรดแมปแผน 14 ชู 6 กลยุทธ์มุ่งนวัตกรรมยั่งยืน
ตะลึง! KKP ชี้กลุ่มคนรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีภาระหนี้สูงสุด
Finance ตะลึง! KKP ชี้กลุ่มคนรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีภาระหนี้สูงสุด
อนุทิน แจงลดภาษี B20-E20 ช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน เกษตรกรรับผลพลอยได้
Politics อนุทิน แจงลดภาษี B20-E20 ช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน เกษตรกรรับผลพลอยได้
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต. คุมเข้ม Short Selling–Margin Loan เตรียมทดสอบ “ซิเคียวริตี้บูโร” พ.ย. นี้

22 ต.ค. 2568 | 20:00น.
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ก.ล.ต.เผยแผนยกระดับตลาดทุนไทยปี’68 เดินหน้าทดสอบระบบ “ซิเคียวริตี้บูโร” เดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนใช้งานจริงไตรมาส 1/69 พร้อมเข้มมาตรการดูแลขายชอร์ต-มาร์จิ้นโลน ลดเพดานปล่อยกู้เหลือ 4 เท่าของทุน และขับเคลื่อนการเปิดเผยข้อมูลบริษัทจดทะเบียน-เพิ่มธรรมาภิบาล-สร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญในปี 2568 โดยเน้นยกระดับความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาระบบระดมทุน การกำกับดูแลผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเสริมเสถียรภาพและความโปร่งใสของระบบการเงินไทยในระยะยาว

โดย ก.ล.ต.เดินหน้าจัดตั้ง Securities Data Exchange Platform (SDEP) หรือระบบ “ซิเคียวริตี้บูโร” เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าระหว่างกัน ถือเป็นมาตรการเชิงป้องกันภายหลังกรณี บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทหลักทรัพย์มีข้อมูลลูกค้าครบถ้วนและเพียงพอสำหรับการกำหนดและทบทวนวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเหมาะสมตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยคาดว่าจะเริ่มทดสอบระบบภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และเริ่มใช้งานจริงได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2569

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) รับคำสั่งขายชอร์ตของลูกค้าที่ยืนยันการจัดหาแหล่งยืมหุ้น (Locate) เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดย บล.จะรับคำสั่งขายชอร์ตจากลูกค้าที่ขอยืนยันการ Locate จาก บล.ได้ เฉพาะเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตลอดจนหลักเกณฑ์ให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) ของบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้การปล่อยกู้มีความเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรม โดยปรับลดเพดานการปล่อยกู้จากเดิมไม่เกิน 5 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น เหลือไม่เกิน 4 เท่า

ซึ่งข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2568 พบว่าโบรกเกอร์ทั้งอุตสาหกรรมมีมาร์จิ้นโลนรวม 48,700 ล้านบาท และมีหลักประกันรวม 174,403 ล้านบาท หรือสูงกว่ามูลหนี้ถึง 3.58 เท่า สะท้อนฐานะของระบบที่ยังอยู่ในระดับมั่นคง

นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์การขายชอร์ต (Short Selling) ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยบริษัทหลักทรัพย์จะรับคำสั่งขายชอร์ตได้ก็ต่อเมื่อลูกค้ามีการยืนยันแหล่งยืมหุ้น (Locate) อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเมินผลมาตรการดูแล Short Selling และ Program Trading ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ 16 เมษายน 2568

อีกทั้งยังอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและการกำกับดูแลการขายชอร์ต โดยเพิ่มความรับผิดทางกฎหมายต่อผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ และเพิ่มกลไกติดตามผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (End-Beneficial Owner) เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบบัญชีแบบไม่เปิดเผยชื่อ (Omnibus Account)

นายเอนกกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนและตราสารหนี้ ว่า ก.ล.ต.ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (Material Transaction : MT) และรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transaction : RPT) ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบันและปกป้องสิทธิผู้ลงทุน

ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงร่างประกาศและคู่มือตามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการเปิดรับฟังความคิดเห็น (ปิดการรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อ 24 ส.ค. 68) โดยคาดว่าจะออกประกาศได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2568 และมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2569

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการจัดทำการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ (Interim MD&A) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำรายไตรมาส เปิดเผยข้อมูลตามแนวทางตรวจสอบ (Checklist) ที่ ก.ล.ต.กำหนด เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน

บริษัทจดทะเบียนและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องจัดทำ Interim MD&A รายไตรมาสและรายปี ครอบคลุม 6 หัวข้อหลัก ได้แก่ ภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เหตุการณ์และพัฒนาการสำคัญ ผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต และพัฒนาการด้านความยั่งยืน

นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังมีแผนปรับปรุงแบบรายงาน 56-1 One Report เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยเป้าหมายและแผนการเพิ่มมูลค่ากิจการ สอดรับกับโครงการ Corporate Value Up และโครงการ JUMP+ ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้บริษัทไทยยกระดับธรรมาภิบาลและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ปัจจุบันมีบริษัทที่เปิดเผยแผน Corporate Value Up แล้ว 2 บริษัท และมีมากกว่า 90 บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล (ณ วันที่ 19 กันยายน 2568)

นายเอนกกล่าวว่า ก.ล.ต.ยังเสนอแก้ไขกฎหมายให้กรรมการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนต้องรายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ (Share Pledging) เช่น การนำหุ้นไปจำนำหรือฝากไว้กับผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custodian) เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลครบถ้วนสำหรับประกอบการตัดสินใจ รวมถึงได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด “6 มาตรฐานองค์ความรู้กรรมการไทย” เพื่อยกระดับความรู้และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท รวมถึงยกระดับมาตรฐานวิชาชีพผู้ตรวจสอบภายใน (IA) และที่ปรึกษาทางการเงิน (FA)

ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจในการกำกับดูแลผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน (Gatekeeper) เช่น ผู้สอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และบริษัทจัดอันดับเครดิต เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ Responsible Voices ซึ่ง ก.ล.ต.จัดทำร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อส่งเสริมให้ Finfluencer นำเสนอข้อมูลทางการเงินอย่างรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับสื่อรูปแบบใหม่ เพื่อสนับสนุนการโฆษณาอย่างมีความรับผิดชอบในตลาดทุนไทย

นอกจากนี้ ได้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการร่วมสอบสวนคดี โดยใช้ความเชี่ยวชาญมาช่วยให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายในกรณี High Impact รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมาย

โดยประสานความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินการ (SupTech) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น โปร่งใส เป็นธรรมให้กับตลาดทุน โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ ในการตรวจจับ การกำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมาย ด้วยข้อมูล AI และเทคโนโลยี