ตลท.ชี้คลังไฟเขียว ‘TISA’ คาดเริ่มบังคับใช้ต้นปี’69
“ศ.พิเศษ กิติพงศ์” ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย “เอกนิติ” เห็นชอบหลักการมาตรการ “TISA” หนุนออมระยะยาวแล้ว คาดเริ่มไตรมาส 1 ปี’69 ยันเร่งแผนปฏิรูปกฎหมาย “ยกเครื่องตลาดทุน” เร่งด่วนภายใน 1-3 ปี ขณะที่ “กอบศักดิ์” ประธาน FETCO ชี้มีการตั้งคณะทำงานเดินหน้าหารือในรายละเอียดปลีกย่อยแล้ว ตั้งเป้าจบภายในสิ้นปีนี้
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมการออม โดยเฉพาะโครงการออมระยะยาว (Thailand Individual Investment Account : TISA) ได้รับความเห็นชอบในหลักการจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว คาดว่าจะเริ่มได้ในไตรมาส 1 ปี 2569
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างภาษี และในปี 2569 ยังเตรียมแก้ไขเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับผู้สอบบัญชี โดยกำหนดให้ผู้สอบบัญชีภายนอกต้องแจ้งความผิดปกติในงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ฯโดยตรง หากละเลยการแจ้งจะถือว่ามีความผิด เพื่อให้ตลาดทุนสามารถรู้เท่าทันความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น
“ปัญหาความล่าช้าในการจัดการคดีในตลาดทุน ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง หากตลาดทุนไทยสามารถสร้างกระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม จะเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศและนักลงทุนทั่วโลก”
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เร่งปฏิรูปกฎหมายตลาดทุนครั้งใหญ่ หรือกิโยตินกฎหมายตลาดทุน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดระยะเวลาการดำเนินคดี เพิ่มประสิทธิภาพในการลงโทษผู้กระทำผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเสริมอำนาจในการดำเนินการเชิงรุก ทั้งในด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงพิจารณาให้สิทธิผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องโดยตรงได้เช่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น
“ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ร่วมมือกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ส่งผลให้กระบวนการดำเนินคดีเร็วขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมที่ใช้เวลายาวนานถึง 5-9 ปี เหลือเพียง 1-3 ปี โดยมีเป้าหมายต่อไปคือ ต้องจบภายใน 12 เดือน” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯกล่าว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังได้รับแนวคิดเรื่อง “การปฏิรูปการออม” ภายใต้โครงการ TISA แล้ว โดยขณะนี้ได้จัดตั้งคณะทำงานเรียบร้อย และเตรียมเข้าสู่การหารือในรายละเอียดปลีกย่อย เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
“โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่เราจะดำเนินการต่อไป ขณะนี้เรามีคณะทำงานครบแล้ว แต่จะต้องเจรจาเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมดให้จบ และตั้งเป้าว่าจะทำให้เสร็จภายในปลายปีนี้ ผมคิดว่าต้องตกลงเกณฑ์ทุกอย่างให้จบภายในสิ้นปี” ดร.กอบศักดิ์กล่าว
รายงานแจ้งว่า แนวคิดมาตรการ TISA จะเป็นการให้สิทธินำวงเงินการซื้อขายหุ้น และมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ นำมาใช้ลดหย่อนภาษีทางตรงได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อใช้เป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นความเชื่อมั่น
ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ซึ่งเป็นกรรมการ ในคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีข้อเสนอว่า ให้มีวงเงินลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนตรงในตลาดหุ้นไทย จำนวน 500,000 บาทต่อปี หากคงเงินลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี แต่สามารถซื้อขายสับเปลี่ยนตัวหุ้นได้