เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ แม้เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด

27 ต.ค. 2568 | 18:01น.
ประเทศไทย เงินเฟ้อ เงินบาท

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ แม้เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/10) 32.64/65 แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 32.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวในกรอบจำกัด โดย Dollar Index ฟื้นตัวในกรอบแคบที่ระดับ 98.95 ในเช้าวันนี้ (27/10) หลังจากที่อ่อนค่าลงในช่วงสั้น ๆ ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าคาดการณ์

โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ย. และเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 0.4% รายเดือน 3.1% รายปี ทำให้ตลาดยังคงมั่นใจว่าธนาคารกลาลสหรัฐ (เฟด)จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในสัปดาห์นี้

ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.8 ในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน 53.9 ในเดือน ก.ย. โดยดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ แต่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ ทั้งนี้ ตลาดยังคงจับตาการเจรจาการค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพบปะกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 30 ต.ค.นี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (27/10) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ เดือน ก.ย. 2568 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 30,970.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 19% จากตลาดคาดการณ์ขยายตัว 7.0-7.2% ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 42 เดือน และการส่งออกของไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ส่วนในแง่ของมูลค่าส่งออก ถือว่ามีมูลค่าสูงสุดในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2568 ที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 31,044 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 29,695.6 ดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.2% ส่งผลให้เดือนในเดือน ก.ย. 2568 ไทยเกินดุลการค้า 1,275.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการขยายตัวของภาคการส่งออกมาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐผ่อนคลายลง ประกอบกับวัฏจักรการส่งออกสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเติบโตต่อเนื่องในหลายตลาด ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.60-32.73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/10) ที่ระดับ 1.1639/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 1.1609/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25/10) เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้เปิดเผยว่าสหภาพยุโรป (EU) กำลังจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่มีชื่อว่า RESourceEU เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญจากจีน

โดยคุณฟอน เดอร์ เลเยนระบุว่า แผนดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อร่วม การสะสมสำรองแร่ไปจนถึงการลงทุนในโครงการยุุทธศาสตร์สำหรับการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบภายในภูมิภาค นอกจากนี้ EU จะเร่งสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบสำคัญกับประเทศพันธมิตรหลายแห่ง ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี กรีนแลนด์ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และยูเครน พร้อมส่งเสริมการรีไซเคิลวัตถุดิบสำคัญจากสินค้าที่จำหน่ายในภูมิภาค

นอกจากนี้ ประธาน EC ยังกล่าวเตือนว่า มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสำคัญของยุโรป เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน ชิป AI และศูนย์ข้อมูล ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1618-1.1647 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1638/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/10) ที่ระดับ 152.76/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 152.95/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (27/10) ว่าชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น จะเข้าพบกับพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐในช่วงเช้าวันพุธนี้ (29/10) ณ กรุงโตเกียว

โดยการหารือระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของสองชาติพันธมิตรครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกภายใต้รัฐบาลของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่มเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่คาคาอิจิมีกำหนดพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งจะเดินทางถึงญี่ปุ่นในวันนี้ (27/10) แหล่งข่าวระบุว่า โคอิซูมิมีแผนชี้แจงต่อรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ถึงความตั้งใจของญี่ปุ่นในการปรับปรุงเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงและกลาโหมหลัก 3 ฉบับ

รวมถึงการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองกำลังป้องกันประเทศ โดยก่อนหน้านี้ทาคาอิจิได้แสดงจุดยืนพร้อมเดินหน้าปรับปรุงเอกสารทั้ง 3 ฉบับโดยเร็ว พร้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้แตะระดับ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ภายในเดือน มี.ค. ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 2 ปี ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 152.66-153.25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 152.71/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.ย.ของสหรัฐ (27/10), ดัชนีการผลิตเดือน ต.ค.จากเฟดสาขาดัลลัส (27/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย.ของเยอรมนี (28/10), ราคาบ้านเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (28/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค.ของสหรัฐ (28/10), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ (29/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐ (29/10), การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของเฟด (19/10),

การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) (30/10), อัตราว่างงานเดือน ต.ค.ของเยอรมนี (30/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP0 ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของเยอรมนี (30/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของยูโรโซน (30/10), อัตราว่างงานเดือน ก.ย.ของยูโรโซน (30/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. ของยูโรโซน (30/10), การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB0 (30/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (30/10),

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของสหรัฐ (30/10), อัตราว่างงานเดือน ก.ย. ของญี่ปุ่น (31/10), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ต.ค.ของกรุงโตเกียว (31/10), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (31/10), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ (31/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.0/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้อกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.0/-3.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท