ดร.รักษ์ ชี้ต้องสร้าง Ecosystem AMC รับมือหนี้ทะลัก 2 ล้านล้านบาท
ดร.รักษ์-วรกิจโภคาทร
ดร.รักษ์ ชี้โลกเปลี่ยน เศรษฐกิจโตต่ำ ต้องเร่งปรับแนวคิดบริหารหนี้ด้วย “TDR Factory Model” พลิกบทบาท AMC จากผู้ยึดทรัพย์เป็นผู้ฟื้นฟูลูกหนี้ รับมือหนี้ทะลัก 2 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่าง 90 AMC เปลี่ยน NPL เป็น RPL ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวในงาน BAM SYMPOSIUM: New Era of AMC 2025 ครั้งที่ 1 ในหัวข้อบรรยายพิเศษ “AMC กับบทบาทการพลิกฟื้นสินทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แนวคิดและกระบวนการทำงานแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้อีกต่อไป
เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเติบโตต่ำ และปัญหาต่าง ๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น การแก้ไขปัญหาหนึ่งอาจก่อให้เกิดอีกปัญหาตามมา วันนี้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้หนี้เสีย (NPL) ไหลทะลักเข้าสู่ระบบมากกว่าปกติ ปัจจุบันหนี้เสียทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 3% ซึ่งแม้ยังอยู่ในระดับที่รับได้ แต่หากเทียบกับช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งที่หนี้ NPL พุ่งถึง 38-42% แล้วเรายังผ่านมาได้ ก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ดร.รักษ์อธิบายว่า หนี้เสียในยุค “ต้มยำกุ้ง” เป็นหนี้ก้อนใหญ่ มี AMC เพียง 3 แห่งก็สามารถจัดการได้ แต่ปัจจุบันหนี้เสียส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ขนาดไม่เกิน 5 ล้านบาท กระจายอยู่ใน AMC ถึง 90 แห่ง หากยังใช้วิธีบริหารแบบเดิมจะไม่สามารถรับมือได้ จึงต้องเปลี่ยนแนวคิดมาสู่ “TDR Factory Model” หรือโมเดลโรงงานแก้หนี้ ที่เน้นการจัดการหนี้แบบระบบสายพาน เพื่อขยายขีดความสามารถในการจัดการหนี้มหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ระบบ
ปัจจุบันยังมีหนี้กลุ่ม SM หรือหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (Special Mention Loan) ซึ่งหากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง หนี้กลุ่มนี้อาจกลายเป็น NPL ได้เร็วเกินคาด และจะเป็นความท้าทายสำคัญของการจัดการหนี้ครัวเรือนไทย โดยปัจจุบันมีหนี้ที่อยู่ในระบบ AMC แล้วราว 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ยังมีหนี้ที่เตรียมจะถูกส่งต่อเข้ามาจากธนาคารพาณิชย์อีก 5.2 แสนล้านบาท และจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีก 3.3 แสนล้านบาท รวมแล้วจะมีหนี้ที่ต้องจัดการกว่า 2 ล้านล้านบาท
“ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่สามารถกลับไปตั้งตัวได้ เขาจะต้องอยู่ในนรกตลอดกาล เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยน NPL (Non-Performing Loan) ให้กลายเป็น RPL (Reperforming Loan) หรือหนี้ที่กลับมาชำระได้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด” ดร.รักษ์กล่าว
ดร.รักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระบบของ AMC แต่ละแห่งไม่ควรมองกันเป็นคู่แข่ง แต่เป็น “พันธมิตร” ที่จะช่วยกันบริหารจัดการหนี้ก้อนใหญ่กว่า 2 ล้านล้านบาทให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอแนวทางสร้าง Groundroom หรือพื้นที่ความร่วมมือระหว่าง AMC ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดย AMC รายใหญ่ สามารถเข้าซื้อพอร์ตหนี้ขนาดใหญ่ แล้วเปิดโอกาสให้ AMC รายเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาร่วมบริหารพอร์ตบางส่วนได้ เช่น BAM ซื้อหนี้ 1 แสนล้านบาทต่อปี แล้วให้ AMC รายย่อยเข้ามา plug in เพื่อช่วยกันบริหารจัดการ เป็นการสร้างจักรวาลของ AMC ที่เชื่อมโยงกัน
“ปกติ AMC มีศักยภาพในการรับซื้อหนี้เสียเข้าพอร์ตเฉลี่ยประมาณไม่เกิน 1 แสนล้านต่อปี แต่ถ้าเกิดเข้ามามากกว่าจำนวนนี้ สิ่งที่เราต้องทำคือปรับเครื่องยนต์ AMC เพื่อเพิ่มศักยภาพขึ้นเป็น 2.5 แสนล้านบาทต่อปี ถ้าทำได้จะสามารถแก้ไขหนี้ที่มีปริมาณ 2 ล้านล้านบาทได้หมดภายใน 6 ปี ถ้าเราสร้าง Ecosystem ได้จริง ไม่มีใครเป็นคู่แข่งใคร AMC ทั้ง 90 แห่งสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ เพราะ Partnership คือทางออกของประเทศตอนนี้” ดร.รักษ์กล่าว