บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ก่อนสิ้นปี แม้ Jerome Powell ย้ำการลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. “ยังไกลจากความแน่นอน” ท่ามกลางตลาดแรงงานอ่อนตัวและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว พร้อมชี้ความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยเดือน ม.ค.ลดลง แต่ยังลดต่อได้อีก 1 ครั้งในครึ่งแรกปี’69
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ระบุว่า แม้ประธาน Fed Jerome Powell จะออกมาส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมว่า “ยังไกลจากความแน่นอน” แต่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ท่ามกลางสัญญาณ ตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ทำให้ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับ 3.50-3.75% (ค่ากลาง 3.63%) ในช่วงสิ้นปี
จากผลการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 28-29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติ 10-2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps สู่กรอบ 3.75-4.00% (ค่ากลาง 3.88%) ตามที่ตลาดคาด โดยมีกรรมการ 2 ท่านไม่เห็นด้วย ได้แก่ Stephen Miran ซึ่งต้องการให้ลดแรงกว่านี้ที่ 50bps และประธานเฟด สาขา Kansas City Jeffrey Schmid ที่ต้องการให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม Powell ย้ำว่า นโยบายไม่ได้อยู่บนเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ภายในที่ประชุมมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับทิศทางในเดือนธันวาคม โดยการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมเดือนธันวาคม “ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ห่างไกลจากนั้นเลย (Far from It)” และจะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่
แม้ถ้อยแถลงในการแถลงข่าวของ Powell จะมีโทนค่อนข้าง Hawkish แต่มีเหตุผลสำคัญ 4 ประการที่สนับสนุนมุมมองว่าเฟดมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี ดังนี้
- ตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง และมีแนวโน้มอ่อนแอลงต่อเนื่อง ข้อมูล JOLT Job Openings ณ สิงหาคม 2568 อยู่ที่ 7.23 ล้านตำแหน่ง ชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2567 ที่เคยสูงถึง 8 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ข้อมูล ADP Employment Change แสดงภาพที่น่ากังวลมากขึ้น โดยการจ้างงานชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเฉพาะในช่วงเมษายน-มิถุนายน 2568 ที่มีตัวเลขต่ำมากหรือติดลบ และการจ้างงานเฉลี่ย 3 เดือนถึงสิงหาคมอยู่ที่เพียง 29,000 ตำแหน่งต่อเดือน ลดลงจาก 82,000 ตำแหน่งในปีก่อน
- การปิดรัฐบาล (Government Shutdown) ทำให้ภาพตลาดแรงงานมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ตามรายงานของ Congressional Budget Office การปิดรัฐบาลส่งผลให้พนักงานรัฐบาลกลางถูกพักงาน (Furlough) ประมาณ 650,000-750,000 คน CBO ประมาณการว่าหากนับพนักงานที่ถูกพักงานทั้งหมดเป็นผู้ว่างงาน อัตราการว่างงานอาจพุ่งขึ้น 0.4% ในเดือนตุลาคม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดใน 1 เดือนนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 นอกจากนี้ การปิดรัฐบาลยังส่งผลให้เฟดขาดข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ (Data Blackout) ทำให้ยากต่อการประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ และตามที่ Powell กล่าวไว้เองว่า ความไม่แน่นอนระดับสูงนี้ “อาจเป็นเหตุผลที่สนับสนุนความระมัดระวัง” ซึ่งในบริบทของตลาดแรงงานที่อ่อนแอ การ “ระมัดระวัง” อาจหมายถึงการลดดอกเบี้ยเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- แม้เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่แรงกดดันหลักกำลังผ่อนคลาย จากข้อมูลที่ได้รับ CPI ทั่วไปอยู่ที่ 99% ในเดือนกันยายน 2568 ซึ่งแม้จะสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่เงินเฟ้อด้านที่อยู่อาศัย (Housing) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีน้ำหนักมากที่สุดใน CPI กำลังชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง จาก 1.87% ในธันวาคม 2567 มาอยู่ที่ 1.71% ในกันยายน 2568 ขณะที่เงินเฟ้อในหมวด Food & Transport และ Wage ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้ Core CPI จะยังอยู่ที่ระดับ 3% แต่แนวโน้มการชะลอตัวของเงินเฟ้อด้านที่อยู่อาศัยจะช่วยดึงเงินเฟ้อทั่วไปลงมาในระยะข้างหน้า แม้เงินเฟ้อในสินค้าและบริการบางส่วนอาจได้รับแรงกดดันจากภาษีการค้าของทรัมป์ พร้อมประเมินว่าเงินเฟ้อจะไม่เร่งตัวมากในช่วงปลายปี จนเป็นอุปสรรคต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2568-ต้นปี 2569
- แรงกดดันทางการเมืองจากทรัมป์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจล่าสุดของ Economist/YouGov คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงมาอยู่ที่ 39% ขณะที่คะแนนไม่เห็นด้วยพุ่งขึ้นเป็น 58% The Hill ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในวาระที่สองของเขา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทรัมป์มีคะแนนเห็นด้วยเพียง 42% ขณะที่ไม่เห็นด้วย 55% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตลอด 2 วาระของทรัมป์ นอกจากนี้ ทรัมป์เพิ่งทำข้อตกลงการค้ากับประเทศในเอเชีย รวมถึงมีการบรรลุกรอบข้อตกลงกับจีนในการเจรจาที่มาเลเซีย และกำลังจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในเกาหลีใต้ หลังจากที่สำเร็จในการทูตการค้าแล้ว แรงกดดันต่อเฟด เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยการลดดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากทรัมป์ต้องการฟื้นฟูคะแนนนิยมที่ตกต่ำ
ทั้งนี้ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า การลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคมเริ่มมีความเป็นไปได้ลดลงบ้าง แต่ยังเชื่อว่าเฟดจะยังสามารถลดดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง สู่ 3.38% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569