หุ้น BANPU-BPP พุ่งแรง หลังประกาศควบรวม-ปรับโครงสร้างภายใน ตั้งเป็นบริษัทใหม่
หุ้นพลังงาน BANPU-BPP พุ่งแรงรับแผนควบรวมจัดตั้งบริษัทใหม่ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท เตรียมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ยุคพลังงานสะอาด หนุนศักยภาพเติบโตระยะยาว ด้านนักวิเคราะห์ชี้เป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ Energy Transition พร้อมคาดมูลค่าตลาดรวมแตะ 7 หมื่นล้านบาท หลังดีลเสร็จสมบูรณ์ในปี 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ปรับขึ้น หลังคณะกรรมการทั้งสองบริษัทอนุมัติแผนปรับโครงสร้างภายในกลุ่มธุรกิจบ้านปู โดยเตรียมควบรวม BANPU และ BPP จัดตั้งบริษัทมหาชนใหม่ (NewCo) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ
โดยวันนี้ (30 ธันวาคม 2568) BANPU เคลื่อนไหวอยู่ที่ 5.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท (+16.28%) ระหว่างวันแตะสูงสุดที่ 5.05 บาท มูลค่าการซื้อขายกว่า 3,080 ล้านบาท
ส่วน BPP อยู่ที่ 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 2.60 บาท (+25.49%) ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 12.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,056.78 ล้านบาท
ภายใต้แผนการควบรวมครั้งนี้ BANPU และ BPP จะถูกรวมกันเป็นบริษัทใหม่ โดยมีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 40,496 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 4,049 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท หุ้นเดิมของทั้งสองบริษัทจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และนำหุ้นของบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนแทน
ในส่วนของอัตราแลกหุ้น (Swap Ratio) กำหนดไว้ว่า ผู้ถือหุ้น BANPU 1 หุ้น จะได้รับหุ้นบริษัทใหม่ 0.35575 หุ้น ขณะที่ผู้ถือหุ้น BPP 1 หุ้น จะได้รับหุ้นใหม่ 0.74615 หุ้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือต้องใช้หุ้น BANPU ประมาณ 2.81 หุ้น เพื่อแลกเป็น 1 หุ้นของบริษัทใหม่ ขณะที่หุ้น BPP ใช้เพียง 1.34 หุ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ BANPU ยังมีแผนทำคำเสนอซื้อหุ้น BPP ทั้งหมด 650 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 13 บาท โดยจะเปิดรับคำเสนอขายระหว่างวันที่ 1-23 ธันวาคม 2568 คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ “NewCo” อย่างสมบูรณ์
นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ CFA, CQF ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การควบรวมดังกล่าวจะช่วยให้ภาพของ BANPU เปลี่ยนไป หลังการควบรวมกับ BPP และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน BKV-BPP ในสหรัฐ โครงสร้างรายได้ของ BANPU จะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนจากธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานสะอาด (Power & Clean Energy) จะเพิ่มขึ้นเป็นราว 40-45% ของ EBITDA รวม ขณะที่สัดส่วนของธุรกิจ Non-Coal (Gas + Power + Renewable) จะขยับขึ้นเกิน 60% ของ EBITDA ทั้งหมด การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ “Energy Transition” ที่มุ่งลดความผันผวนของรายได้จากราคาถ่านหิน และสร้างความ ยั่งยืนระยะยาวผ่านฐานรายได้ที่มั่นคงและเติบโตต่อเนื่องจากพลังงานสะอาดและธุรกิจที่มีเสถียรภาพสูงมากขึ้น
บล.ทรีนีตี้ มองว่าหลังควบรวมแล้ว หุ้น NewCo จะมีจุดแข็งมากขึ้น ทั้งในเชิงโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างผู้ถือหุ้น เนื่องจาก BPP เป็นธุรกิจที่ลงทุนในพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก ซึ่งเป็น Trend อนาคต แต่ที่ผ่านมามีบัญหาเรื่อง Free Floate ที่ 21% ส่วน BANPU เป็น Traditional Energy Business ที่รายได้หลักมาจากธุรกิจถ่านหิน ซึ่งเป็น Sunset Business ในขณะที่ Free Float สูง 87% ดังนั้น เมื่อมีการรวมเป็น NewCo ใหม่ จะกลายเป็นหุ้นที่มีทั้งความน่าสนใจทั้งในเรื่องธุรกิจ และ Free Float ซึ่งจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของกองทุนไทยและต่างประเทศ
ทั้งนี้ คาด Market Cap NewCo ใหม่ที่ ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังเป็น Valuation ที่คิดอยู่บน Market Cap ปัจจุบันของทั้ง BANPU และ BPP ที่ 4 หมื่นล้านบาท และ 3 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งยังไม่มีการ Rerate ซึ่ง PBV ยังอยู่เพียง 0.5-0.6 เท่า แต่พอมีการรวมกันเกิดขึ้น ความชัดเจนทางโครงสร้างรายได้จะช่วยให้มีการ Rerate Valuation เพิ่มขึ้นได้อีก