กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 32.20-32.70 บาท จับตาเจรจาการค้ารอบใหม่
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20-32.70 บาทต่อดอลลาร์ หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าในรอบ 1 เดือน จับตาการเจรจาการค้ารอบใหม่สหรัฐ-จีน หนุนเงินหยวน-สกุลเงินในภูมิภาค-เงินบาทแข็งค่า พร้อมติดตามข้อมูลสหรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.70 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.23-32.73 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ย 25bp เป็น 3.75-4.00% และประกาศยุติมาตรการ Quantitative Tightening ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม อย่างไรก็ดี ประธานเฟดเน้นย้ำว่ายังไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอนว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนธันวาคม ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้น โดยตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับดอกเบี้ยของเฟดในช่วงถัดไป
ทางด้านเงินเยนอ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงดอกเบี้ยที่ 0.50% และแสดงท่าทีระมัดระวังต่อจังหวะเวลาที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตรึงดอกเบี้ยที่ 2.00% ตามคาด ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 5,045 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสูงถึง 30,485 ล้านบาท ขณะที่ในเดือนตุลาคมเงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.11%
สำหรับในสัปดาห์นี้ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูล ISM ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการจ้างงานภาคเอกชนเดือนตุลาคมของสหรัฐ ขณะที่ภาวะ Government Shutdown เข้าสู่เดือนที่สอง ในภาพใหญ่ความต้องการขายดอลลาร์ในระยะนี้อาจถูกจำกัดจากการปรับคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดหลังจากเจ้าหน้าที่เฟดสะท้อนความคิดเห็นที่หลากหลาย และหลีกเลี่ยงที่จะให้คำมั่นเกี่ยวกับความต่อเนื่องของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีนซึ่งช่วยคลายความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอาจสนับสนุนการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินในภูมิภาครวมถึงเงินบาท โดยนักลงทุนจะติดตามการตั้งค่ากลางรายวันสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนจีน ทั้งนี้ สหรัฐประกาศลดภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเหลือ 47% จาก 57% ขณะที่จีนจะชะลอการควบคุมการส่งออกแร่หายาก
กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนกันยายนเติบโต 19.0% สูงสุดรอบ 42 เดือน ขณะที่ภาษีศุลกากรของสหรัฐชัดเจนมากขึ้น ส่วนมูลค่านำเข้าเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 17.2% ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับเศรษฐกิจไทย ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการผลิต ผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ พัฒนาการภาคท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ