Skip to content

ราชกิจจาฯ ประกาศ หวยเกษียณ ซื้อสลาก กอช. ออมเงิน ได้คืนเมื่ออายุ 60 ปี

07 พ.ย. 2568 | 19:51น.
ราชกิจจาฯ ประกาศ หวยเกษียณ ซื้อสลาก กอช. ออมเงิน ได้คืนเมื่ออายุ 60 ปี

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 เพิ่มรายละเอียด สลาก กอช. ซื้อหวยเกษียณ ออมเงิน ได้คืนเมื่ออายุครบ 60 ปี มีผลบังคับใช้ใน 60 วันนับแต่วันประกาศ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดยมีรายละเอียดสำคัญ คือ สลาก กอช. ซึ่งสลากออมทรัพย์เพื่อดำรงชีพในยามชราภาพของกองทุนการออมแห่งชาติ โดยกองทุน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก และ เพื่อเป็นหลักประกันจ่ายบำนาญ และ ให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ รวมถึงส่งเสริมออมทรัพย์แก่ประชาชน สำหรับการดำรงชีพในยามชราภาพ

โดย จำหน่ายให้คนไทย อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี เมื่อผู้ฝากอายุครบ 60 ปี ให้กองทุนคืนเงินออมทรัพย์ทั้งหมดแก่ผู้ออม ส่วนผู้ออมที่อายุเกิน 60 ปี ซื้อสลาก กอช. ได้เป็นคราวๆ โดยแต่ละคราวมีกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันซื้อสลาก กอช. ครั้งแรกในคราวนั้น และให้กองทุนคืนเงินออมทรัพย์ทั้งหมดในคราวนั้นแก่ผู้ออม เมื่อครบ 5 ปี ดังกล่าวทุกคราว

หากต้องการซื้อให้แสดงความจำนงต่อกองทุน สำหรับ ราคา จำนวน รูปแบบ สลาก กอช. การออกรางวัล ลำดับรางวัล จำนวนรางวัล จำนวนเงินรางวัล และ เงื่อนไขอื่นๆ ทั้งการออกและขายสลาก ให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนด อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้ถูกรางวัล ให้นำเงินไปตั้งหรือสมทบงวดถัดไปได้

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน แต่เนื่องจากในปัจจุบัน ระบบการออมเงินเพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพที่มีอยู่ของประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม และประชาชนที่เข้าสู่ระบบการออมเงินดังกล่าวยังมีจำนวนไม่มาก และโดยที่กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมการออมขั้นพื้นฐานของประเทศ

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อกำหนดให้กองทุนการออมแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจในการออกและขายสลากออมทรัพย์ เพื่อส่งเสริมการอมทรัพย์แก่ประชาชนสำหรับการดำรงชีพ
ในยามชราภาพ โดยการออกและขายสลากให้แก่ผู้ซึ่งประสงค์จะออมทรัพย์เมื่อเริ่มต้นวัยทำงาน และนำเงิน
ที่ได้รับจากการขายสลากดังกล่าวไปหาประโยชน์ และคืนเป็นเงินออมทรัพย์ในยามชราภาพให้แก่ผู้นั้น เมื่อมีอายุตามที่กำหนด อันจะเป็นการจูงใจให้ประชาชนมีการออมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อ่านเพิ่มเติมที่ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/89707.pdf