ก.ล.ต. เตือนนักลงทุนระวังสแกมเมอร์ พบหลอกลงทุนเกือบ 8 พันเคส ปิดกว่า 3 พันเว็บไซต์
ก.ล.ต. เตือนนักลงทุนระวัง “สแกมเมอร์” หลังพบเบาะหลอกลงทุนเกือบ 8,000 เคส เผยร่วมมือแพลตฟอร์มปิดแล้สกว่า 3,000 เว็บ เตรียมใช้ระบบ “ดาต้าบูโร” ตรวจสอบปัญหาป้องกันนักลงทุน
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายในงานสัมมนา Better Trade 2025 Intelligent Investor : ปลดล็อคความคิด พิชิตโอกาส ฉลาดลงทุน ในหัวข้อ Striking the Balance Between Defense and Offense กลุยทธ์ตั้งรับความเสี่ยงอย่างชางชาญฉลาด เห็นโอกาสลงทุนปี 2026 ว่า ปัจจุบันประเด็นที่นักลงทุนควรระวังเป็นพิเศษ คือเรื่องของสแกมเมอร์ ซึ่งมักเกิดจากการที่นักลงทุนแสวงหาผลตอบแทนสูงโดยไม่รู้ตัว และตกเป็นเหยื่อของการหลอกลงทุน โดยตั้งแต่ต้นปี ก.ล.ต. ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการหลอกลงทุนเกือบ 8,000 เคส
ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ดำเนินการประสานงานกับหน่วยแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อปิดกั้นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 3,000 เว็บไซต์ เพื่อลดความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้ามาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการถูกหลอกลงทุนมากกว่า 1,000 ราย
ขณะที่ระบบดาต้าบูโร (Data Bureau) อยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบ (System Test) ซึ่งคาดว่าจะให้ทดลองเป็นเวลา 1 เดือน หลังจากการทดสอบเสร็จสิ้น ระบบจะพร้อมสำหรับการใช้งานจริง
“ขณะนี้ขั้นตอนต่าง ๆ ของระบบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการใส่ข้อมูลและตรวจสอบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานอย่างเต็ม” นายเอนก กล่าว
ทั้งนี้ นอกเหนือจากเรื่องสแกมเมอร์ นักลงทุนยังควรติดตามประเด็นอื่น ๆ เช่น ภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการลงทุน
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า ก.ล.ต. เตรียมจัดงาน Symposium เพื่อเผยแพร่งานวิจัยด้านตลาดทุนและแนวทางพัฒนาในอนาคต หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี AI ในการติดตามและประเมินความเสี่ยงของตราสารหนี้ รวมถึงการคาดการณ์โอกาสเกิดภาวะผิดนัดชำระหนี้ (default) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการกำกับดูแลตลาดทุนไทย
“บทบาทของ ก.ล.ต. วันนี้ จึงไม่ใช่แค่ผู้กำกับดูแล แต่ยังเป็นผู้พัฒนาตลาดทุนให้เติบโตอย่างสมดุลระหว่างความปลอดภัยของนักลงทุนกับความสามารถในการระดมทุนของภาคธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายร่วมกันคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายเอนก กล่าว
นอกจากนี้ ในด้านการพัฒนาก.ล.ต. ได้ผลักดันการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน ตั้งแต่ตราสารทุน ตราสารหนี้ กองทุนรวม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเกณฑ์กำกับดูแลให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละประเภท เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอ
ในส่วนของการกำกับดูแล ก.ล.ต. ได้วางระบบเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน เช่น กำหนดคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนและผู้บริหารให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีผู้สอบบัญชีและกรรมการอิสระช่วยตรวจสอบงบการเงิน รวมถึงควบคุมมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน